SERMO … “Social Media สำหรับคุณหมอ”

เมื่อจำนวนโรคซึ่งมีอยู่ทั้งหมดกว่า 30,000 โรค และจำนวนคุณหมอเฉลี่ยบนพื้นโลก มีอยู่เพียงประมาณ 6 คนต่อประชากร 10,000 คน (ปัจจุบันประมาณว่ามีคุณหมอทั้งโลกราว 4.3 ล้านคน ให้บริการคน 7 พันล้านคน – ส่วนประเทศไทย มีคุณหมอ 5 หมื่นคน ให้บริการประชากรตามทะเบียน 65 ล้านคน (ซึ่งจริงๆ ต้องนับคนต่างด้าวและนักท่องเที่ยวด้วยนะ ซึ่งทำให้ตัวเลขคนไข้จริงๆ ล้นกว่านั้นเยอะ))
 
ตัวเลขข้างต้น ทำให้เห็นว่า เป็นการยากมาก ที่หมอหนึ่งคนจะรู้เรื่องโรคในคนไปหมดทุกโรคได้
 
SERMO เป็นทั้งชื่อบริษัท และชื่อ Application ซึ่งหน้าที่ของมันคือ เป็น Social Network สำหรับหมอ ซึ่งเผื่อว่าหมอท่านใดอยากจะปรึกษาหมอท่านอื่นเพื่อความมั่นใจ ก็สามารถใช้ช่องทางนี้ในการขอคำปรึกษาได้โดยสะดวก
จุดเด่นของ SERMO คือ หมอผู้ใช้งานแต่ละท่านจะเป็น anonymous หรือ ไม่ต้องแสดงตัวตน ซึ่งทำให้คนถามกล้าถาม และคนตอบกล้าตอบ แต่ก็มีข้อแม้ว่า คนที่เข้าระบบนี้ได้จะต้องเป็นหมอเท่านั้น ทำให้สามารถกันคนไม่มีความรู้แต่ใฝ่เกรียนเข้าไปล้อเล่นกับระบบได้
นอกจากนั้น SERMO ยังมีระบบการให้รางวัลแก่แพทย์ที่ตอบคำถามดีและได้รับความชื่นชมจากใน app โดย SERMO อ้างว่า ปีที่ผ่านมาเค้าจ่ายเงินรางวัลคนตอบคำถามได้ดีไปใน app แล้วกว่า 16 ล้านเหรียญสหรัฐ
Sermo
เนื่องจากเป็น app ฟรีสำหรับหมอ คำถามต่อมาคือ แล้วบริษัท SERMO จะได้อะไร?
 
คำตอบคือ SERMO ทำหน้าที่เหมือน Behavioral Research Organization หรือ บริษัทวิจัยพฤติกรรมทางการแพทย์ ข้อมูลจากคำถาม-ตอบต่างๆ จะถูกประมวลข้อมูลกลายเป็น Big Data โดย SERMO จะนำข้อมูลพฤติกรรมของหมอส่วนนี้ไปวิเคราะห์ และสามารถนำไปขายให้กับบริษัทยาที่ร่วมเป็น Sponsor ได้ (คล้ายๆ กับ Patientslikeme เลย แต่ SERMO เป็นการแชร์ข้อมูลระหว่างหมอ ส่วน Patientslikeme เป็นการแชร์ข้อมูลระหว่างคนไข้ แต่สุดท้ายทั้งสองบริษัทก็ใช้วิธีการหา sponsor จากบริษัทยาเป็นวิธีการหารายได้เหมือนกัน)
 
สิ่งที่น่าจะเป็นแรงเสริมให้ SERMO เป็นธุรกิจที่เกิดได้ น่าจะด้วยความสามารถในการหาจำนวน user ได้มากพอ โดย SERMO อ้างว่าถึงตอนนี้ มีหมอใช้ app ของเค้าไปแล้วกว่า 5 แสนคน (ประมาณ 10 กว่าเปอร์เซนต์ของหมอทั้งโลก) ซึ่งการอยู่ในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นศูนย์กลางก็เป็นแรงเสริมอย่างหนึ่งที่ทำให้เข้าถึงกลุ่มหมอได้หลากหลายประเทศจนเกิด traffic จำนวนมากจนทำให้ได้ข้อมูลที่มากพอจะเอาไปขายกับบริษัทได้
 
SERMO ยังไม่มีบริการในประเทศไทย โดยสำหรับประเทศไทยที่มีหมอ 5 หมื่นคน นี่อาจจะต้องลองดูครับ ว่าจะมีแนวโน้มที่จะหาวิธีจูงในหมอให้เข้ามาเล่นในระบบได้มากเท่าไหร่ …ถ้าสามารถทำได้มากพอ ธุรกิจนี้ก็อาจเกิดขึ้นได้ในประเทศไทยเหมือนกัน แต่คงต้องหาวิธีสร้างการรับรู้และการโน้มน้าวพอสมควรทีเดียว
 
กล่าวโดยสรุปคือ นี่คือหนึ่งในตัวอย่างของบริษัท Startup ทางด้าน Healthcare อีกหนึ่งบริษัทที่ทำได้อย่าง Outstanding ซึ่งเมื่อลองเข้าไปดูข้อมูลของกลุ่มผู้ก่อตั้งนี่ แทบจะไม่มีหมออยู่ในกลุ่มเลย แต่หลายคนคนมีประสบการการทำงานเลียบเคียงอยู่ในอุตสาหกรรมยามาก่อนอยู่บ้าง และทั้งนี้ บริษัทก็มี Advisory Board เป็นหมอตั้งสิบกว่าคนเชียวนะ ซึ่งเกือบทั้งหมดก็เป็นหมออยู่ใน US นั่นแหละ
 
บางที Health Tech Startup ที่ประสบความสำเร็จของไทย อาจจะนั่งอยู่ในกลุ่มผู้อ่านบทความนี้อยู่ก็ได้นะครับ
 
#SERMO
#Startup
#HealthtechStartup
#เภสัชกรการตลาด
 
website SERMO: http://www.sermo.com/

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s