เภสัชกรน้อยหน่า กับ Digital Marketing (ตอนที่ 1 ทำความรู้จัก)

เภสัชกรน้อยหน่าคนเดิม

น้อยหน่า เภสัชกรน้อยหน้าจ๋อย ซึ่งหากเราจำเรื่องเก่าๆ ที่เราเคยอ่านใน Blog นี้ ก็คงนึกออกว่าน้อยหน่านี่แหละ คือน้องเภสัชกรคนที่เคยเปิดร้านยา แต่สุดท้ายก็ต้องปิดเพราะสู้พิษทำเลร้านที่รุ่งริ่งไม่ได้ แต่ เพราะชีวิตมันต้องสู้ต่อไป สิ่งที่น้อยหน่าทำ ก็คือ กลับไปทำงานกับฝ่ายการตลาดของบริษัทยา ทั้งเพื่อฝึกปรึอวิชา รวมทั้งคิดว่าจะขอเก็บหอมรอบริบอีกสักพักแล้วก็ค่อยไปลุยกิจการของตัวเองต่อในอนาคนจะสามปี ห้าปี สิบปี หรือ จะทำเป็นเรื่องขนานกันไปก็ยังไม่สายหรอก ชีวิตมันก็ต้องสู้อยู่แล้ว กิจการล้มไปหนึ่งครั้งไม่ได้ทำให้น้อยหน่าท้อหรอกน่า

ครั้งว่างจากงานประจำ น้อยหน่าแวะไปหาเพื่อนสมัย ม.ปลาย บ่อยๆ เพื่อนน้อยหน่าคนนี้ชื่อ โป่ง ไม่ได้จบเภสัชฯหรอก แต่ก็นับได้ว่าเป็นคนที่เก่งมากทีเดียวหละ ที่เริ่มงานใหม่ๆ แบบนี้ได้ โป่งได้ร่วมกับเพื่อนจับมือกันเปิดบริษัทรับทำ Digital Marketing หรือ การตลาดโดยการใช้เครื่องมือใหม่ๆ ทาง Digital เข้ามาช่วย ซึ่งเอาเข้าจริงก็เป็นงานที่น้อยหน่างงและแปลกใจนะ ว่าเจ้าเครื่องมือทางด้านโลกโซเชี่ยลที่เราใช้ฆ่าเวลากันเล่นๆ จะสามารถเอามาใช้ทำเป็นกิจการได้อย่างเป็นจริงเป็นจังได้ขนาดนี้ คือ จริงจังขนาดที่ว่า มีคนทำนายว่าถ้าโป่งทำกิจการนี้ไปเรื่อยๆ ได้ รับงานจากลูกค้ารายใหญ่ไปเรื่อยๆ แบบนี้ได้ คงอีกสักสามปีห้าปี กิจการของโป่งก็อาจจะนำไปเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้เลยเชียว

โป่งไม่ได้มาเล่นๆ … เค้าทำ Digital Marketing Agency เลยเชียวนะ

น้อยหน่าได้ยินเรื่องงานของโป่ง ซึ่งว่าไปแล้วก็น่าสนใจ เรื่องอย่างนี้เค้าแทบจะไม่มีสอนกันเลยในโรงเรียนเภสัชฯ สิ่งที่น้อยหน่ารู้เกี่ยวกับโลกดิจิตอล ก็คือ การใช้ application สุดฮ๊อตบนมือถือ อย่างเช่น LINE ที่ใช้ตอบแชต, Facebook ที่เอาไว้อ่านเรื่องของคนอื่น , Instagram ที่เอาไว้ส่องรูปภาพของดารา …. เอาเป็นว่า น้อยหน่ารู้แค่ประมาณนี้ ซึ่งว่าไปก็เป็นแค่ในระดับผู้ใช้งาน เป็นระดับ user เท่านั้น แต่ครั้นจะปล่อยให้ตัวเองรู้อยู่แค่นี้ก็คงจะไม่สมเป็นน้อยหน่ามั๊ง

“โป่ง … เราอยากรู้เรื่องกิจการของนายบ้างสักหน่อยอะ เล่าให้เราฟังหน่อยได้มั๊ย” น้อยหน่าถามเพื่อน

“ไง … จะเปลี่ยนสายงานเหรอ ทำงานขายยาก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” โป่งแซวเพื่อน

“ดีอยู่แล้วนี่ อันนี้ตอบไม่ได้หวะ ตลาดยานี่โตน้อยมาก ขนาดของตลาดนี่ราวแสนกว่าล้าน ตอนนี้โตราวปีละ 2-3% น้อยกว่า GDP ของประเทศซะอีก ซึ่งเราว่ามันเทียบไม่ได้เลยนะ กับสินค้ากลุ่มอื่นๆ ซึ่งมันใหญ่กว่านั้นมากๆ และเอาเข้าจริง เรารู้แต่แค่อุตสาหกรรมยา เรารู้แต่เรื่องการทำตลาดยา แต่แทบไม่รู้อะไรที่มันเกี่ยวกับ consumer แบบที่แกทำอยู่เลย”

“เอาจริง เรื่องการใช้สื่อ Digital เม็ดเงินมันก็ไม่ได้สูงอะไรมากหรอก เมื่อเทียบกับสื่อดั้งเดิม เช่นพวกทีวี หนังสือพิมพ์ วิทยุหนะ แต่มันดีที่มันโตเร็วมาก ตัวเลขของสมาคมโฆษณาดิจิตอล(ประเทศไทย) ให้ไว้ว่า ตลาดมันใหญ่ราวหนึ่งหมื่นล้านบาท แต่โตราว 50-60-70 เปอร์เซนต์ทุกปี ซึ่งก็ตัวเลขนี้แหละ ที่มันดูท้าทายการลงทุนมาก” โป่งบอกเพื่อน พร้อมทั้งพลิก iPad Pro ขนาดหน้าจอ 12.9 นิ้วรุ่นใหม่มาให้เพื่อนดู

“ตลาดเป็นตามภาพเลย เรื่องสื่อดิจิตอลนี่ เค้าจะเอาสื่อพวก Display, การใช้เครื่องมือในการค้นหา (search), Facebook, วีดีโอบน YouTube, Social media อื่นๆ”

“นายจะเห็นว่า สัดส่วนของการใช้ Display ลดลงเรื่อย แต่การใช้ Facebook, YouTube และ Social media อื่นๆ นี่มาแรงมาก ตามภาพนี้เลย” … โป่งชี้ให้เพื่อนดูอีกภาพ

“Facebook กับวีดีโอมาแรงมาก มีลูกค้าหลายรายอยากทำ และมันก็ทำแล้วเวิร์ค อย่างอีกภาพที่เราให้นายดูนะ” …. โป่งเอาอีกภาพให้เพื่อนดู

“อุตสาหกรรมอื่น เค้าใช้ Digital media กันเยอะพอสมควร ที่ใช้กันมากๆ ก็เช่น กลุ่มพวกโทรคมนาคม  หรือสินค้าก็พวกบำรุงผิว บำรุงผม หรือแม้แต่ธนาคาร หรือกลุ่มอสังหาฯ ก็หันมาใช้สื่อ Digital พวกนี้ไม่น้อยแล้ว … ประเด็นก็คือ เออ เรายังไม่เห็นอุตสาหกรรมยาเอาเรื่องพวกนี้มาใช้เลยหวะ …. ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเค้าไม่รู้จักใช้ หรือเพราะว่ากฎ อย. มันจุกจิกยุ่งยากหรือไงก็ไม่รู้ เค้าเลยยังไม่กล้าใช้”

“ก็ไม่รู้หละ อาจเป็นเพราะเรายังไม่เข้าใจมันดีพอก็ได้มั๊ง เลยยังไม่มีใครกล้าทำอะไร” น้อยหน่าตอบเพื่อน

“แต่ยังไง แกก็เชี่ยวเรื่องนี้อยู่แล้ว ช่วยเล่าเรื่อง Digital Marketing ให้เราฟังพอขำๆ ได้มั๊ยวะ … เผื่อจะเอาไปต่อยอดอะไรได้บ้าง”

“โอ้ย … อุตส่าห์มาถึงนี่แล้ว จะฟังแค่ขำๆ เองเหรอวะ … ฟังจริงจังไปเล้ย … เดี๋ยวเราเปิดห้องประชุมออฟฟิศเราให้เลย เอาจริงๆ เลย … อยากเล่า” … แล้วโป่งก็ปัด iPad Pro รุ่นใหม่ไม่กี่ที ห้องที่นั่งกันเมื่อกี้ก็มืดลงพร้อมทั้งมีโปรเจ็คเตอร์ฉาย ซึ่งมีภาพเดียวกับภาพที่โป่งปัดไปปัดมาบนกระดานชะนวนดิจิตอลในมือของเขา

อะไรคือ Digital Marketing

“เราเล่าแบบซีเรียสเลยนะ …. Digital Marketing คือ เครื่องมือในการทำการตลาดที่นักการตลาดใช้ในการติดต่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย ทั้งเพื่อสร้างการรับรู้ในตัวสินค้า ประชาสัมพันธ์ การสร้างแบรนด์ การสร้างยอดขาย บนเครื่องมืออิเล็กทอรนิกส์ เช่น มือถือฉลาดๆ แท๊ปเล็ต คอมพิวเตอร์” “ที่เป็นอย่างนี้ เพราะผู้บริโภคเค้าย้ายการใช้ชีวิตไปอยู่บนเครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์กันเยอะแล้ว … นายลองดูสิ ตอนนี้คนรุ่นนาย มีสักกี่คนที่ยังดูทีวีเป็นสื่อหลักอยู่อีกบ้าง” เราเล่าที่มาที่ไปให้นายได้เลย มันมีช่วงไทมไลน์อยู่ตามนี้

  • ปี 2000 ช่วงที่เรายังเรียนกันอยู่เลย ช่วงนั้นเริ่มมีการทำตลาดกันทางอีเมล์ และเวปไซต์ อย่างพวก Banner ขนาดต่างๆ บนเวปไซต์ข่าวหรือเวปไซต์ยอดนิยมทั้งหลาย หลายบริษัท Banner คือ รายได้หลักเลย
  • พอปี 2004 เริ่มมี Social media เข้ามา แต่คนก็ยังไม่คุ้นเท่าไหร่
  • ปี 2006 กระแส YouTube เริ่มมาแรงมาก
  • ปี 2012 กระบวนการตลาดเริ่มไม่ทำแค่ offline หรือ กิจกรรมการตลาดดั้งเดิมแบบที่เรารู้จักอย่างเดียวแล้ว เริ่มทำงาน online เพิ่มมากขึ้น
  • ปี 2013 Social media โตมากจนเวปไซต์ Social Network กลายเป็นเครื่องมือทางธุรกิจที่สำคัญในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย
  • ปี 2014 แอปพลิเคชั่นบนมือถือ เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น สมาร์ทโฟน กลายเป็นเครื่องมือที่แทบจะทุกคนต้องมี ในปีนี้แอปทั้ง iOS และ Android ก็มีพร้อมให้ใช้แทบจะทั้งหมด
  • ปี 2015 เริ่มมีคนรู้สึกแล้ว ว่าการตลาดดิจิตอลมันไม่ใช่แค่ Software แต่การปรับตัว “สาร” ให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายก็มีความสำคัญมากไม่น้อย
  • ปี 2016 คำว่า “Content Marketing” ถูกพูดกันเยอะมาก และไม่ใช่ content ตามใจแบรนด์ แต่เป็นการสื่อสารตามโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค แต่ยังคงความเป็นตัวตนของแบรนด์อยู่
  • ปี 2017 การตลาดดิจิตอล หันมาแข่งกันที่ Content เป็นหลัก หลายบริษัททำงานที่ส่งไปทางสื่อ Digital ไม่น้อยหน้าสื่อที่ส่งไปฉายตามสื่อเก่าบนทีวีเลย คือ เนี๊ยบมาก พร้อมทั้งมีการสร้าง contact point บนโลกออนไลน์ และที่สำคัญคือ เริ่มมีการเชื่อมโยงระหว่างโลกออนไลน์กับออฟไลน์มากยิ่งขึ้นเพื่อการอยู่รอดของธุรกิจ

“แค่เล่าที่มาที่ไป ก็ตื่นเต้นแล้ว” …. น้อยหน่าเสริมเพื่อน ซึ่งเค้าเข้าใจดีว่าเพื่อคนนี้ก็ชอบคำยอบ้างพอสมควร “ซึ่งมันนำไปสู่ว่า ข้อดีของการทำ Digital Marketing มันคืออะไรบ้าง คือ เอาตรงๆ เลยนะ ข้อดีก็มีเช่น

  • มันใช้สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงได้ทันที เพราะช่องทางใหม่นี้เรารู้ว่าใครใช้อะไร สำคัญคือ เราต้องรู้ก่อนให้ได้ว่า กลุ่มเป้าหมายหลักของเราคือใคร เพศไหน อายุเท่าไหร่ ตามชนิดของสินค้าเรา
  • ช่องทางออนไลน์มีหลายช่องให้เลือก จึงสามารถสร้าง contact point ที่หลากหลายได้
  • สร้าง traffic ด้วยการสร้างยอด view ทั้งด้วยตัว content เองและการใส่โปรโมชั่น ส่วนลดให้กับกลุ่มเป้าหมาย
  • มูลค่าช่องทางการตลาดไม่สูง แต่คนเห็นไม่น้อย เพราะเราสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุดในขณะที่ค่าโฆษณาไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับสื่อแบบเก่า (แต่ตอนนี้ Facebook ก็เผลอๆ แพงแล้วนะ)
  • update เนื้อหาได้ต่อเนื่อง ทันสถานการณ์ สามารถ live กันได้แบบ Real time เลย เผลอๆ เร็วกว่าข่าวทีวีหลายช่องอีก
  • สามารถสร้างความรู้สึกร่วมได้ เพราะสามารถสร้างกิจกรรมแบบมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าได้เลย

“เราเลยขอสรุปเป็นเครื่องมือเลยให้เลยนะ ว่า Digital Marketing นี่ เค้าใช้เครื่องมืออะไรบ้าง” แล้วโป่งก็วาดภาพ Mind Mapping สรุปเครื่องมือที่ใช้สำหรับ Digital Marketing ทั้งหมดให้น้อยหน่าดูบนกระดาน ถ้านายจะทำ ก็มีตามนี้เลย ภาพข้างบน คือ เครื่องมือที่ใช้สำหรับทำ Digital Marketing ได้แก่

  • เริ่มที่การมีเวปไซต์
  • มีการทำตลาดโดยใช้ email … อย่าดูถูกมันเชียวนา อันนี้สื่อสารได้ตรงคนมาก
  • การทำ Online PR
  • การเลือกใช้ Social media
  • การเขียน Mobile App ให้เฉพาะไปเลย
  • การสร้าง content ดีๆ ที่เรียกว่า “Content marketing”
  • การทำ Viral marketing

“เราทิ้งไว้ก่อนแค่นี้ … คิดว่าคราวหน้า ค่อยมาคุยกันต่อเรื่องที่นายจะลองเอาเครื่องมือแต่ละชิ้นไปต่อยอด เพราะเครื่องมือแต่ละอย่างใช้ไม่เหมือนกัน เหมาะไม่เหมือนกัน นักการตลาดดิจิตอลจึงต้องคอยมาปรับให้มันเหมาะสมนี่แหละ” โป่งทิ้งท้ายแบบโชว์พาวไว้แค่นี้

“สุดยอดเลยหวะโป่ง … ทีนี้แหละ เมื่อสุดยอดนักการตลาดรุ่นเก่าแบบเรา เริ่มทำความรู้จักกับเครื่องมือดิจิตอลแล้ว ความก้าวหน้าทางธุรกิจจะไปไหนเสีย (ถึงแม้จะเคยทำร้านยาเจ๊งมาแล้วก็ตาม) … มีครั้งหน้าแน่ๆ โป่ง … ขอบใจมากๆ”

จบตอนที่ 1 “เภสัชกรน้อยหน่า กับ Digital Marketing”

เภสัชกรกลางตลาด

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s