พื้นฐานการตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) ตอนที่ 1

ความรู้พื้นฐานของการตลาดดิจิทัล

business-close-up-commerce-266176.jpg

เข้าใจหลักการ Marketing Funning

AIDAR

20180815_learn1.png

A= Awareness   แปลว่าการสร้างการรับรู้ ซึ่งหมายถึง การสร้าง Brand การสร้าง identity (ลักษณะเฉพาะ)  ทำให้คนรู้จัก เช่น การใช้เครื่องมือทาง Social media

I = Interest การมี Content Strategy หรือ หลักการสร้างเนื้อหาเพื่อให้คนสนใจใน Brand หรือ สินค้า/บริการของเรา

D = Desire หมายถึงการเปลี่ยนจากแค่ชอบให้กลายเป็นต้องการ (Like to Want) หมายถึง ต้องสร้างการเชื่อมต่อทางอารมณ์กับกลุ่มเป้าหมายให้ได้ กลายเป็นผู้ติดตามที่มีความจงรักภักดีต่อแบรนด์

A = Action ขั้นตอนการลงมือทำซึ่งแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับระดับขั้นของลูกค้าของเรา อาจหมายถึง การสมัครสมาชิก การสมัครการติดตามช่อง YouTube ของเรา หรือชอบ facebok page ของเรา การสมัครรับอีเมลจากเรา หรือระดับขั้นนึงลูกค้าสนใจที่จะตัดสินใจจ่ายเงินซื้อสินค้าหรือบริการของเรา

R = Retention หรือ การคงไว้ซึ่งความเป็นลูกค้า ซึ่งก็พบว่าค่าใช้จ่ายในการคงลูกค้าเก่าให้กลับมาซื้อมีราคาถูกมากกว่าการหาลูกค้าใหม่ ลูกค้าที่เคยซื้อสินค้าไปแล้วมีแนวโน้มที่จะซื้อซ้ำอีกครั้ง เราจะสร้างความสัมพันธ์ต่อเนื่องเหล่านี้ได้อย่างไร อย่างเช่นการใช้แคมเปญทางอีเมล์ที่คอยส่งข้อมูลให้กับลูกค้าของเราอย่างต่อเนื่อง หรือ การสร้างเนื้อหาที่มีความเฉพาะทำให้เค้าต้องติดตามเรา การสร้างซีรีส์ทาง YouTubeให้ลูกค้าติดตามเราอยู่ตลอดเป็นต้น

เราอาจแบ่งการตลาดดิจิตอลออกเป็น 2 แบบ คือ 

  • การตลาดเชิงสร้างเนื้อหา (Content marketing) ยกตัวอย่างเช่น การเขียนบล็อก การเขียนบทความ การสร้างสื่อผ่าน YouTube การสร้าง Podcast  คือหมายถึงการสร้างเนื้อหาเพื่อให้บริการแกกลุ่มเป้าหมายของเรา
  • การตลาดแบบจ่ายเงิน (Paid marketing) ยกตัวอย่างเช่นการใช้สื่อโฆษณาแบบดั้งเดิม เช่น Google ads, Facebook ads ที่ช่วยนำคนไปสู่หน้าสินค้าหรือบริการของเรา อาจจะแค่นำไปสู่หน้า Landing page หรือเนื้อหาที่อยากให้ลูกค้าของเราเห็น หรือแม้แต่หน้า Social media ของเราเอง  มันยังหมายถึงการใช้เงินซื้อโฆษณาเพื่อโปรโมทโพสหรือวิดีโอเพื่อให้คนมีโอกาสเห็นได้มากขึ้น

ตอนนี้เราได้เห็นแล้วว่า Marketing funnelคืออะไร และสามารถดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งออกเป็นอะไรได้บ้าง ขั้นตอนต่อไปคือ

การเพิ่มจำนวนลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมาย (audience) ทำได้โดย

20180815_learn2.png

  1. การสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ (Identity) ขั้นแรกเลยคือการสร้างเว็บไซต์ เว็บไซต์ถึงบ้านของเรา คือที่ตั้งของเรา เป็นที่ที่ใช้ในการควบคุมเนื้อหา เป็นที่ที่เราสามารถใช้ในการขายสินค้าหรือบริการได้ เป็นที่ที่เราสร้างเนื้อหาเพื่อให้คนเข้ามาติดตามเราได้ ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องมีเว็บไซต์ นอกจากนั้นแล้ว identity ของเรายังรวมไปถึงโซเชียลมีเดียอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น Facebook Twitter Instagram หรือ อื่นๆ ซึ่งเป็นที่ที่ผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าเป้าหมายของเราจะอยู่ตรงนั้น และใช้เวลาส่วนใหญ่ของเค้าอยู่ตรงนั้น ซึ่งจะเป็นจุดที่เราดึงดูดให้เขาเข้ามาสู่ธุรกิจของเรา มีคนแนะนำว่าเราจะโตได้เร็วกว่าถ้าโฟกัสที่ทีละแพลตฟอร์ม แต่ด้วยเครื่องมือยุคใหม่มันสามารถทำให้เราโพสได้ในครั้งเดียวหลายแพลตฟอร์ม เช่นการใช้ Buffer & Hootsuite
  2. เราจะสร้างคอนเทนต์เรื่องอะไร วิธีการที่ดีที่สุดที่จะรู้ว่าจะสร้างคอนเทนต์เรื่องอะไรคือการสังเกตุกลุ่มเป้าหมายของเรา เค้ามีปัญหาอะไร และเรื่องที่เราจะเขียนควรเป็นเรื่องที่สามารถแก้ไขปัญหาให้แก่กลุ่มเป้าหมายของเราได้ ดังนั้นเราจำเป็นต้องรู้กลุ่มเป้าหมายของเราให้ชัด  โดยคอนเทนต์นั้นจะต้องมีความคงเส้นคงวา หรือ consistency เป็นกฎอันดับ 1ในการสร้างคอนเทนต์ ยกตัวอย่างเช่น ในการโพสต์อย่างต่อเนื่องเป็นกิจวัตร ซึ่งยังไม่มีคำแนะนำที่ชี้ชัดว่าควรบ่อยเท่าไหร่  อาจเป็นสัปดาห์ละครั้ง สัปดาห์ละสองครั้ง หรือวันละครั้ง แต่การรักษาระดับการโพสจะช่วยให้เป็นไปได้การตามความความหมายของกลุ่มเป้าหมายของเรา แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีความสมดุลย์กันระหว่างปริมาณและคุณภาพ  ข้อแนะนำอยากให้ไปลองทำก็คือ ทดลองโพสต์พอดแคสสัปดาห์ละครั้งอย่างน้อย 1 ปี ทดลองสร้าง YouTube ซีรีส์สัปดาห์ละครั้ง  เขียนบทความสัปดาห์ละ 1 บทความ และอย่าหยุด ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาหน่อยในการสร้างความสำเร็จของคุณเอง
  3. เรียนรู้วิธีการดึงดูดกลุ่มเป้าหมายของเรา เป็นการพยายามที่จะดึงกลุ่มเป้าหมายจากโลกของเขามาเข้าสู่โลกของเรา ยกตัวอย่างเช่นการเพิ่มจำนวนลิสอีเมลของลูกค้าที่เรามี โดยอาจเกิดจากการสร้างเนื้อหาบนเว็บไซต์ วิดีโอ พอดแคส บทความบนบล็อก สื่อโซเชียลมีเดีย โยงไปให้ได้สู้แบบฟอร์มบางอย่างให้กลุ่มเป้าหมายของเราได้กรอกข้อมูลให้เรายกตัวอย่างเช่นอีเมล์ ซึ่งจะทำให้เราสามารถส่งอีเมล์ที่มีข้อมูลของบริษัทเราให้กับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง (email marketing ยังคงเป็นเครื่องมือทางการตลาดดิจิตอลที่ดีที่สุดในการสร้างยอดขาย) ถึงตอนนี้ เรามีโอกาสที่จะขายสินค้าหรือบริการของเราได้แล้ยว  และเราสามารถแบ่งวิธีการขายต่อจากนี้ออกเป็น 2 แบบคือ
    1. Direct Sale เช่น การขายระบุราคาบนหน้าเวป  การส่ง email เพื่อชวนเชิญให้ซื้อ วีดีโอที่เชิญชวนให้ซื้อ
    2. Soft Sale เช่น การเขียนบทความ หรือ อีเมล์ที่ให้ข้อมูลช่วยให้ลูกค้าแก้ปัญหาของตัวเองได้ แต่ก็ยังมีโอกาสได้ขายของด้วย

การตลาดแบบจ่ายเงิน (Paid Marketing)

  • การทำให้ลูกค้าได้เข้าไปสู่หน้าสินค้าหรือบริการโดยตรง ปัญหาคือ บางครั้งคนไม่ชอบเปิดถ้าลูกค้ายังอยู่ในระดับต้นๆ ที่ยังไม่รู้จักเราดีพอ  โดยทางดที่ดีที่สุดคือ ให้ส่งโฆษณาไปยังลูกค้าที่เราสนิทชิดเชื้อมากๆ แล้ว  เราอาจใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Facebook re-targeting เราสามารถส่ง ads ที่อยู่บนเพจของเราได้ หรือ คนที่เคยคลิ๊ก link ของเรา หรือ คนที่เคยเข้ามากรอกฟอร์มให้เราแต่ยังทำไม่เสร็จ เราก็สามารถเลือกได้
  • ทำให้ลูกค้าได้เข้าไปสู่ Email Funnel หรือ กรวยคัดบีบอีเมล เช่น การสร้าง landing page เพื่อให้เค้าให้ email เรามาก่อน จากนั้นเราคอยส่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ป้อนให้กับเค้าเรื่อยๆ จนนำไปสู่การขายสินค้า/บริการของเราในที่สุด

ย้อนกลับมาที่เป้าหมายของเราคืออะไร เช่น เพื่อสร้าง organic growth หรือ การเติบโตของลูกค้าที่สนใจจริงๆ เข้ามาสู่ Brand เพื่อที่จะทำให้เกิดยอดขายได้จริงๆ  โดยจะใช้เครื่องมือเช่น

  • Content marketing สำหรับเชิญชวนให้คนเข้ามาที่ website หรือ ธุรกิจของเรา
  • Social media เพื่อเปลี่ยนคนที่แค่คอยด้อมๆ มองๆ เรา ให้กลายเป็นแฟนพันธุ์แท้ โดยสร้างความเชื่อใจให้เกิดขึ้น
  • Paid Marketing เพื่อที่จะเพิ่มโอกาสการตลาดและการขาย

#เภสัชกรการตลาด
#ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง

แกร๊บสุขภาพจะมาไทยปี 2562!

“แกร็บ”รุกธุรกิจสุขภาพร่วมทุน”ผิงอัน”ขยายบริการทางการแพทย์

Source – เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ (Th) Monday, August 27, 2018 22:20

แกร็บเติมเต็มบริการ หลังเข้าร่วมทุนผิงอัน มอบบริการโซลูชั่นด้านสุขภาพแบบออนไลน์ทูออฟไลน์

B2ABA98F7DD34E4A9DC537334262D355.jpg

นายแอนโทนี่ ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งแกร็บ เปิดเผยว่า หลังจากผิงอัน เฮลท์แคร์แอนด์เทคโนโลยี ผู้นำแพลตฟอร์มบริการสุขภาพครบวงจรของจีน ภายใต้ชื่อ ผิงอันกู้ดด็อกเตอร์ เข้าร่วมทุนกับ แกร็บ โฮลดิ้งส์ ผู้นำแพลตฟอร์มออนไลน์ทูออฟไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะส่งผลให้แกร็บขยายบริการด้านสุขภาพผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ให้บริการในระดับภูมิภาคเป็นครั้งแรก Continue reading

เรียนรู้การใช้ LINE@ ตอนที่ 3 (ส่งข้อความทักทาย)

 

fullsizeoutput_ea2.jpeg

เรียนมาสองตอนแล้ว (ตอนแรกเป็นเรื่องการเปิดบัญชี ตอนที่สองเป็นเรื่องการสร้าง Premium ID) มาตอนนี้ตอนที่สามครับ เป็นตอนที่จะได้เริ่มได้ใช้อะไรจริงๆ กันแล้วสำหรับ LINE@  มาเริ่มเรียนรู้ด้วยกันไปเลยนะครับ กับการส่งข้อความทักทาย … สร้างความประทับใจให้ลูกค้าด้วย Greeting Message Continue reading

รวมทุกข่าวที่เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ยา 25 – 27 ส.ค. 2561

รวมทุกข่าวที่เกิดขึ้นที่เป็นประเด็นร้อน  เรื่อง พ.ร.บ.ยา ระหว่างวันที่ 25 – 27 ส.ค. 2561

ขอเรียบเรียงข่าว พ.ร.บ.ยา ที่กำลังเป็นประเด็นร้อน ซึ่งจากการทบทวนข่าวผ่านหน้าสื่อ พบว่า มีการเริ่มมาให้ข่าวจริงจังสำหรับร่าง พ.ร.บ.ยา ฉบับนี้ตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค. 2561   แต่ประเด็นเริ่มมีการถกร้อนขึ้นเมื่อสภาการพยาบาลได้ออกแถลงการณ์เห็นด้วยต่อร่างฉบับนี้  ซึ่งจะเรียบเรียงตาม timeline ที่เกิดขึ้นดังนี้ Continue reading

เรียนรู้การใช้ LINE@ ตอนที่ 2 (สมัครพรีเมียมไอดี)

ตอนที่สองนี้จะมีความสำคัญถ้าเราๆ เห็นว่าการใช้พรีเมี่ยมไอดีนั้นมีประโยชน์  ซึ่งเค้าให้เหตุผลว่า มันจะเป็นชื่อ ID ที่เราเลือกพิมพ์ได้เอง ทำให้จำได้ง่าย บอกต่อง่าย  แต่สำคัญคือ จะต้องเสียเงินให้ LINE ปีละ 200 บาทเพื่อชื่อ ID นี้  ซึ่งถ้าเราไม่ยอมเสียเงิน ระบบเค้าก็จะ auto generate ID ให้เราอัตโนมัติเป็นตัวอักษรยึกยือที่เราจำไม่ได้หรอก (นี่คือ แผนทดลองให้คุณยอมเสียตังขั้นที่หนึ่งของ LINE … ถ้าเสียตังเป็นแล้ว ขั้นตอนเสียตังอื่นๆ ที่ตามมาก็คงจะไม่ยากแล้วหละ 555)  ใครที่ตัดสินใจยังไม่อยากเสียตังก่อน ก็ข้ามขั้นตอนของบทความนี้ไปก่อนก็ได้นะครับ Continue reading

เรียนรู้การใช้ LINE@ ตอนที่ 1 (เปิดบัญชีไลน์)

ดูเหมือนว่า การใช้เครื่องมือทางด้าน Social media จะมีความจำเป็นอย่างมากกับธุรกิจ ซึ่งไม่ใช่แค่ธุรกิจซื้อมาขายไป ธุรกิจบริการ แต่ยังรวมไปถึงธุรกิจด้านการแพทย์ด้วย โดยเฉพาะฝั่งร้านขายยา แล้วเครื่องมือดิจิทัลชิ้นสำคัญที่แทบทุกคนในประเทศไทยใช้ ก็คือ application ที่ชื่อว่า LINE@ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่เค้าออกแบบมาให้ฝั่งธุรกิจสามารถใช้สื่อสารกับผู้ติดตามผ่าน LINE ได้

ซึ่งจริงๆ LINE@ นี่ ไม่จำเป็นต้องใช้ขายของนะครับ ทำเอาไว้เพื่อใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารกับคนไข้ หรือสมาชิกของเราก็ได้ ใช้เพื่อเป็นช่องทางการให้ข้อมูลเท่านั้นก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น FDA (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา)  หรือแม้แต่สภาเภสัชกรรม หรือ หน่วยงานของรัฐเอง ก็นำ LINE@ มาใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารเหมือนกัน Continue reading

ตู้จ่ายยาอัตโนมัติและปรึกษาเภสัชกรทางไกล (Telepharmacy) มาถึงแล้ว!!!

พาดหัวไว้แบบนั้น แต่จริงๆ มีมานานแล้วนะในอเมริกา
ตั้งแต่ประมาณต้นปีที่แล้ว (2017) โน่นแหนะครับ
เกิดขึ้นที่ Wallgreeen เครือข่ายร้านยาใหญ่ในสหรัฐอเมริกาโน่น (คล้ายๆ ร้านบู้ท/วัตสันบ้านเรา) Continue reading

ธุรกิจดาวรุ่ง 2561

ธุรกิจปีที่แล้วปีไก่ผ่านมาแล้วเป็นอย่างไร
ปีนี้ปีจอ จะเป็นจอแท้ หรือ จอเก๊นะ

20180815_learn.pngปีที่ผ่านมา ตัวเลขหลากหลาย บางอุตสาหกรรมดี ไม่เหมือนกัน
ปีไก่ เหมือนไก่จิก เจ็บเป็นจุดๆ
เราได้เห็นหัวหนังสือนิตยสารจำนวนมากพร้อมใจกันปิดไปจำนวนหนึ่ง
สกุลไทย อยู่มา 60 ปี ปิดตัวลง
ขวัญเรือน ดิฉัน
หรือแม้แต่ คู่สร้างคู่สม ที่มียอดขายสูงสุดในไทยก็เลือกที่จะปิดตัวลง Continue reading

Pharmapreneure – ผู้ประกอบการด้านเภสัชกรรม

สรุปแบบสั้นที่สุด

  • เป็นงานที่รวมเนื้อหาระดับหัวกระทิสำหรับเภสัชกรหรือผู้ที่ต้องการจะหาความรู้ที่ครอบคลุมการบริหารจัดการร้านขายยาและทำธุรกิจร้านขายยาให้ประสบความสำเร็จ
  • สามารถทำธุรกิจร้านขายยาให้ประสบความสำเร็จได้ โดย ทำร้านยาให้ถูกต้องตามเกณฑ์ (GPP), สร้างบทบาทความเป็นผู้เชี่ยวชาญที่แก้ปัญหาได้ (4Ps+ 1 Pharmacy Practice), วิจัยตลาดก่อนเลือกทำเลเปิดร้าน, เลือกใช้ Software บริหารจัดการร้านเพื่อรู้จักตนเอง รู้จักคนไข้ เสนอบริการที่คนไข้ต้องการ และมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง
  • เภสัชกร/ผู้ประกอบการร้านยา ต้องคิดไว้เสมอ ว่าร้านยาคือ จุดแก้ปัญหาความเจ็บป่วยของคนไข้ เป้าคือ ทำให้คนไข้สุขภาพดี ไม่ใช่ตั้งต้นที่ยอดขาย เมื่อคิดได้เป็นธรรมชาติ คนไข้จะไว้ใจและเข้ามารับบริการต่อเนื่องตลอดไป

Continue reading

Pharmapreneure

แนวโน้มธุรกิจร้านยา : ภก.พิชญภณ หนุนภักดี

  • แนวคิด ถูก – เร็ว – ดี

  • ระบบ POS

  • แนวคิดการตลาด

  • ประสิทธิภาพในการดำเนินการ (งบกำไร-ขาดทุน)

  • ปัจจัยความสำเร็จร้านยา

  • กฎระเบียบ – ลูกค้า/สินค้า –

กฎหมายและข้อบังคับในร้านยา : ภก.ปรุฬห์

กฎหมายฝั่งวิชาชีพ

สภาเภสัชกรรม : ถ้าเภสัชกรจะทำงานในร้านยาต้องทำอะไรบ้าง

  • ทบทวนประวัติผู้ป่วย – มีการใช้ยาในอดีต – ประเมินความจำเป็น – การปรุงยาในร้านต้องมีการตรวจสอบความคลาดเคลื่อนตามใบสั่ง (ใบสั่งยาจากร้านเสริมสวย/พระ?). – การเช็คความสมเหตุผลของการจ่าย – การให้คำแนะนำ

  • ขั้นตอนการจ่าย ต้องบอกชื่อยา ข้อบ่งใช้ ขนาดและวิธีใช้

  • จ่ายยาไปแล้ว ทำยังไงให้คนไข้กินยาได้ต่อเนื่องและปลอดภัย : ต้องมีขั้นตอนการติดตามการใช้ยา ตามมาตรฐานวิชาชีพ ถ้าใช้ยาแล้วเกิดอาการไม่พึงประสงค์ต้องจัดทำอาการไม่พึงประสงค์ตามแบบฟอร์มที่กำหนด (เช่น แบบฟอร์ม อย.)

  • การให้คำปรึกษา : ให้คำปรึกษาทุกครั้งที่มีการจ่ายยา ต้องเป็นตามหลักวิชาการ (เช่นตามหลักการศึกษา฿กษาต่อเนื่อง ต้อง update. จัดเก็บที่มาของข้อมูล. การมีส่วนได้เสียทางตรงต้องแจ้งให้ทราบก่อนการให้คำแนะนำ เน้นสปรโยชน์แก่ผุ้ขอคำแนะนำ

  • คู่มือตรวจประเมินร้านยา มี 2 เล่ม

เล่นนึง เตรียมร้านอย่างไร อีกเล่ม ถ้าเจ้าหน้าที่มาตรวจร้านจะตรวจอะไร

ให้ไปเลือกในส่วนผู้ดำเนินการ

ประเด็น : แบบประเมินตนเอง กับ แบบที่เจ้าหน้าที่ เป็นคนละแบบ เพื่อไม่ให้มีข้อขัดแย้งเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย. ให้ร้านประเมินแล้วส่งไปให้เจ้าหน้าที่ … แต่สุดท้ายก็คือ ต้องไม่พบข้อขัดข้องร้ายแรง (critical defect)

  • ต้องมีส่วนบริการตนเองหรือไม่

พื้นที่ 8 ตร.ม. คือ พื้นที่ส่วนบริการตนเอง และส่วนที่ให้คำปรึกษา (ไม่รวมส่วนบริการตนเอง (ประชาชนหยิบได้เอง)) ใน GPP ขั้นที่ 2

คำถามพบบ่อย

  • ป้ายหมวดหมู่ยา ต้องระบุอะไรบ้าง

  • ยาบรรจุเสร็จที่ไม่ใช่ยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษ ควรวางตรงไหน : เรื่องนี้ตอบไม่เหมือนกัน ขึ้นกับความเคร่ง บ้างก็บอกว่าให้วางในส่วนที่บริการโดยเภสัชกร (ปัญหาการใช้ดุลยพินิจ).

  • วิตามิน ตรงไหนต้องวางส่วนบริการตนเอง/เภสัชกร

เห็นเครื่องหมาย อย. หรือเลข 13 หลักมั๊ย : วางในส่วนพื้นที่บริการตนเองได้

ถ้าไม่มี (เป็นยา) ต้องวางที่หลังเภสัชกรเท่านั้น

  • ร้านยาบางร้าน จะต้องปรับฮวงจุ้ย วางตู้ปลาได้มั๊ย

วางไม่ได้ ตู้ปลามีความชื้นทำให้ยาเสื่อมคุณภาพ. ปลากเป็นสัตว์เลี้ยง จึงห้าม

  • จะแบ่งพื้นที่ร้ายาส่วนนึงเป็นร้านกาแฟได้มั๊ย

ต้องระวัง เพราะตอนขออนุญาตทำร้านยาเราได้แจ้งพื้นที่ แต่ถ้าปรับ จะโดนข้อหาปรับพื้นที่ร้านยาโดยไม่ได้รับอนุญาต และความชื้น อาจทำให้ GPP ไม่ผ่าน

สิ่งที่ต้องมี

วัสดุทึบบังยาอันตราย ยาควบคุมพิเศษ : ม่าน ก็เหมือน รถถึงแม้จะไม่ได้เปิดไฟเวลาขับรถ ก็ต้องติดไฟหน้ารถ : คำพิพากษาศาลฎีกา แค่บอกว่าเอาอะไรมาปิดเท่านั้น.

ส่วนข้อความที่อยู่ที่ป้าย ดุลพินิจขึ้นกับแต่ละพื้นที่ (ขอให้ดูแต่ละจังหวัด ซึ่งแตกต่างกัน)

ตู้เย็น เครื่องวัดความดัน วัดส่วนสูง น้ำหนัก (สนับสนุนการประกอบวิชาชีพ)

ถาดนับเม็ดยา (ต้องมีอย่างน้อยสองถาด เพนิซิลลิน/ซัลโฟนาไมด์/NSAIDS) ดังนั้นจริงๆ แล้วต้องมีถาดทั่วไปอีก 1 ถาด

ตู้ยาครีม เมื่อเภสัชกรไม่อยู่ ต้องมีผ้าคลุมตู้หรือไม่ : ขึ้นกับดุลพินิจ! กทม. ได้. ต่างจังหวัดไม่ให้ ต้องคลุมด้วย / ให้ไปดูที่คู่มือเล่มสีฟ้า

ยาบรรจุเสร็จที่ไม่ใช่ยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษ ยาธาตุน้ำขาว bromhexine ambroxal : ไม่ต้องมีวัสดุปิดทึบ

GPP บังคับให้มีเครื่องปรับอากาศ : ไม่ได้เขียนเลยว่าให้ใช้เครื่องปรับอากาศ แค่กำหนดว่าให้ร้านยาไม่ถึง 30 องศา (อนุมาณกลายๆ ว่าต้องมีเครื่องมือควบคุมอุณหภูมิ) แต่กรณีพัดลมไอน้ำอาจทำให้มีปัญหาความชื้นได้

บางร้านอาจ อารยขัดขืน มีโทษอะไร

ร้ายแรงสุดเลยคือ เพิกถอนใบอนุญาตร้านยาได้

หรือ ไม่ต่อใบอนุญาตร้านยาได้

รองมาคือ การถูกปรับ (อุปกรณ์ไม่ครบ ไม่ถูกต้อง) หรือ ถูกแจ้งให้แก้ไข มีเวลาแก้ไข 45 วัน

ร้านยาคุณภาพมีสิทธิประโยชน์ทางกฎหมายอย่างไร

  • ได้รับการพิจารณาการต่ออายุร้านยาทันที

ถ้าเป็นร้านยาคุณภาพแล้ว เจ้าหน้าที่จะมาตรวจร้านยาเราได้หรือไม่ : ได้ เพราะไม่มีกฎหมายห้ามเจ้าหน้าที่มาตรวจ อาศัย พรบ.ยา ตามมาตรา 91 มาตรวจ เพียงแต่ไม่ต้องเสียค่าตรวจ 2,000 ให้กับเจ้าหน้าที่แค่นั้นเอง

ถ้าพบยาเก็บในตู้เย็น แต่พบว่าไม่ได้เก็บในตู้เย็น : ต้องพิสูจน์ว่าการเก็บยาที่ไม่ควรอยู่ทำให้ยาเสื่อมคุณภาพ

พวก POP, Counter display ที่บริษัททำให้ : ต้องดูว่ามีเลขที่ขออนุญาตครบถ้วนหรือไม่ (เลข ฆอ. ฆท. ซึ่งเก็บได้เพียง 5 ปี) โบรชัวร์เครื่องมือแพทย์จะพบบ่อย ใครที่ครอบครองสื่อคนนั้นจะถูกปรับก่อน

ถาดนับเม็ดยา : จะต้องมีแสดงกลุ่มยา ไม้นับเม็ดยาจะต้องติดด้วย

เรื่องการขายยาออนไลน์ครอบคลุมอะไรบ้าง : ยาแผนโบราณ ทิฟฟี่ แอร์เอ๊ก.

  • ตอบ ถ้ามีภาพยาอยู่บนเวป. : การโฆษราโดยไม่ได้รับอนุญาต / การขายโดยไม่ได้รับอนุญาต-ขายยานอกสถานที่ (ถ้ามียาส่งไปนอกร้าน ส่งได้อย่างเดียว คือ ยาสามัญประจำบ้าน ถ้าไม่ใช่ ขายในร้านได้เท่านั้น) (สรุป เห็นภาพเรื่องโฆษณา / ส่งไปนอกร้าน ขายนอกสถานที่)

ถ้ามีคนแจ้ง : การปรับ ขึ้นกับเจ้าหน้าที่ว่าจะตรวจถี่มั๊ย ถ้าทำผิดบ่อยครั้ง มีสิทธิถูกพักใช้ใบอนุญาต (แต่ไม่ถึงกับเพิกถอนเพราะกฎหมายไปไม่ถึง (เฉพาะขาดคุณสมบัติตาม ม.14))

การทำ Promotion ในร้าน เช่น แถม ลด จับฉลากได้มั๊ย : กลุ่มยาต้องระวัง แต่อาหารเสริมกฎหมายไม่ได้ห้ามแถม ถ้าซื้อ 2 แถม 1 ทำได้ทันที (พรบ.เสริมอาหารไม่ได้ห้ามแถม). หรือ ติดป้ายว่าซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง (พรบ.อาหาร บอกว่าขออนุญาตเฉพาะเรื่องคุณประโยชน์)

ส่วนยา ขายลดราคา ติดราคา 100 ขาย 80….. ไม่ผิด (กฎหมายไม่ได้ห้ามลดราคา (บอกแค่ว่าห้ามแถมพก ให้รางวัล). การลดราคาให้ผู้บริโภค …. แต่การติดป้าย ขีดฆ่า จะติดเรื่องโฆษณาขายโดยไม่ได้รับอนุญาต ถ้าเข้านิยามการขาย ขาย แจก แถม (จะผิดกรณีโฆษณาแถม). (แต่ยาน้ำเราให้ช้อนกินยาน้ำ … การแถมที่กฎหมายห้าม คือ จูงใจให้เกิดการซื้อมากขึ้น)

การส่งยาสามัญประจำบ้าน : ถ้าแปะที่ website อาจจะติดเรื่องการโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต!

ส่งยาสามัญประจำบ้าน : เป็นตัวเดียวที่นอกสถานที่ได้

การทำสมาชิก แล้วสะสมแต้ม : ถ้าซื้อยาแล้วได้แต้ม จะเข้าเรื่องโฆษณาแถม , แต่แต้ม (แต้มต้องมาจากเสริมอาหารเท่านั้น)

ส่งยานอกสถานที่ มั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่เสื่อมคุณภาพ

…………..

พี่หมู

ร้านยาในประเทศไทย 17,000 ร้าน แต่มีเภสัชกรอยู่เต็มเวลาจริงๆ 5,000 ร้าน (น้อยที่สุด 2,000 คน ซึ่งเป็นไปได้ภายใน 3 ปี)

ถ้ามีเภสัชกรอยู่นอกระบบ ช่วยทั้งงานสร้างเสริมคุณภาพ ทำเติมยาได้ (remed/refill)

กำลังเสนอให้ร้านยาเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพ

เปิดทั้งเสาร์-อาทิตย์ ไม่ต้องวิ่งเข้าไปสู่หน่วยบริการ

  • ร้านยาคุณภาพ 13 ปีของการเดินทาง

มีการคัดกรองโรคเรื้อรัง เช่น คัดกรองความเสี่ยงเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เด็กรุ่นใหม่รู้

คลินิกชุมชนอบอุ่น เป็นคลินิกเอกชน มี 180 แห่ง ใน กทม. สปสช.ใช้เวลาตรวจรับรองมากพอสมควร. ส่วนร้านยาคุณภาพ ตอนนี้

การเพิ่มของร้านยาคุณภาพไม่ได้เพิ่มการเข้าถึงของประชาชน เพราะมีเรื่องการกระจายตัว … แต่ GPP มา น่าจะช่วยได้

เป้าหมายคุณภาพไม่ได้อยู่ที่ตัวเรา แต่อยู่ที่ประชาชนให้การยอมรับ … ถ้าประชาชนไม่ยอมรับ ร้านยาคุณภาพไม่มีประโยชน์ วิธีการทำให้ประชาชนเห็น คือ ทำให้เห็นว่าเรามีคุณค่ามากกว่าการซื้อมาขายไป

การเข้าถึงยาตอนนี้ง่าย มีหลายระบบสิทธิประโยชน์ แต่ยาไปกองที่บ้าน คนไข้เข้าถึงยา แต่เข้าไม่ถึง pharmaceutical care กลายเป็นการควบคุมอาการไม่ได้

การเยี่ยมบ้าน คือ การดูแลเรื่องยา

เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้หรือไม่ ปกติถ้าร้านยาทำ ช่วยคัดกรอง ช่วยให้คนไข้เลิกบุหรี่ได้ จะได้ pharmacist fee

ปี 57 : ทำร้านยาคุณภาพ 100 ร้าน …​แต่สปสช. อยากให้มีทั้งประเทศ ให้งบมา 4 ล้าน

ปี 58 เดินออกต่างจังหวัด : เชิญร้านยาคุณภาพและร้านยาเภสัชกรมาคุยกัน เริ่มต้นจากงานคัดกรอง งาน MTM (ดูแลเรื่องการใช้ยา)

ปี 59 : ไปเยี่ยมบ้าน

เรื่องการเลิกบุหรี่ … มีข้อมูลว่าถ้าเลิกบุหรี่ โรคเรื้อรังลดความร้ายแรงได้เยอะ จึงคิดว่าเภสัชกรน่าจะทำได้ ไม่มีใครแย่งเราทำ

มีกระบวนการเขียนใบ refer ส่งต่อให้หมอ

การ refill เกิดขึ้น เห็นชัดที่หาดใหญ่ พี่โต ชวนเภสัชกรชุมชน ทำเขต 12 ร้านเริ่มทำ screening , คัดกรองแล้วส่งต่อ ทำให้เกิด fast tract พุธ/พฤหัสบ่าย ถือใบ refer ไปที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ แล้วกลับไป refill ต่อที่ร้านยา

Refill ตอนี้ เติมยา asthma โรคเรื้อรัง มีการส่งยาทางไปรษณีย์ , กทสธ.มองว่าร้านยาเป็นเอกชน

GPP phase 1 ไปยากที่เรื่องอุปกรณ์ คือ ต้องรื้อยามาจัดใหม่

แนะนำว่า เดินไปร้านยา GPP ก่อน แล้วค่อยไปทำร้านยาคุณภาพ

คำถาม เป็นร้านยาคุณภาพแล้วได้อะไร

  • การเชื่อมต่อกับระบบหลักประกันสุขภาพ

  • มีรายได้ยั่งยืน

ตอนนี้ทุกคนยอมรับเรื่อง

หน่วยบริการหมายถึงสถานพยาบาลของรัฐ หรือ สถานพยาบาลภาคเอกชน หรือ ที่รัฐกำกับ …. พรบ.สถานพยาบาล เขียนไว้ ว่า “ยกเว้น ร้านยา” (วันนี้ พรบ.สถานพยาบาล ตัดคำว่า “ยกเว้นร้านยา” ไปแล้ว) จะเข้าบอร์ด สปสช.ต้นเดือนหน้า ประตูบานนี้กำลังจะเปิด กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง

การขึ้นทะเบียนหน่วยบริการ ร้านแต่ละร้านให้สมัครกันเอง

ตอนนี้ หน่วยบริการในพื้นที่ PCC (คลินิกหมอครอบครัว) ต้องการ 6,500 แห่ง กรุงเทพจะมี 5 เขต คิดว่าถ้ามี จะ plug in ร้านยาใน 5 เขตนี้ ….. ทาง สภช. คิดว่า ทำร้านยาคุณภาพไม่ทัน … แต่คิดว่า ร้านยา GPP ทั้งหมดสามารถเป็นไป ถ้าเกณฑ์ GPP แข็งพอ

4P + Pharmacy Practice

ให้เก็บมากกว่ายอดซื้อ/ขาย …. เก็บประวัติคนไข้ด้วย เป็น CRM

ร้านเปิ้ล เภสัชกรที่เพชรบูรณ์ ทำแข่งกับร้านยาทีไม่ใช่เภสัชกร เข้ามาเรียน

เริ่มจากไปช่วยคลินิกหมอครอบครัว จากนั้นเรียนรู้งาน MTM การดูแลเรื่องยา จากนั้นเชื่อมต่อกับ PC ในชุมชน มีตารางว่าเปิดวันไหน ปิดวันไหน

การเติมยา : ใบสั่งใบเดียว มาเติมยาทุกๆ เดือน

จ่ายยาตามใบสั่งแพทย์ : แพทย์ตรวจแล้วเอาใบสั่งแพทย์ลงมารับยาที่ร้านยา (คลินิกคุณแย้)

จะมีการคำนวณค่าบริการพวกนี้ คนไข้ 1 ราย กี่บาท.

การคัดกรองความเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง

ช่วยให้คน detect ตัวเองตั้งแต่เริ่มต้น

FAST … ให้คนไข้ถึงมือหมอภายใน 270 นาทีชีวิต

MTM : review การใช้ยาที่ได้มาทั้งหมด สอบทาน มีการนับเม็ดยา กินแล้วตอบโจทย์การสั่งยาของแพทย์มั๊ย ปัญหา compliance แล้วบันทึกและวางแผนการแก้ไข (patient profile)

มีข้อมูลว่า คนจำนวนไม่น้อยที่อยากเลิกบุหรี่แต่ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน

ตัวอย่าง best practice ห้างขายยาจุฬา มือหนึ่งเรื่องการเลิกบุหรี่

การเชื่อมกับศูนย์บริการ จะมีปัญหาการส่งต่อ เรื่อง ความลับผู้ป่วย การส่งต่อข้อมูล )

เยี่ยมบ้าน อาจทำไม่ได้ทุกแห่ง สำหรับร้านที่มีเวลาเยี่ยมบ้าน และเชื่อมต่อกับสถานพยาบาล

ศูนย์บริการสาธารณสุข 5 เรื่องการเยี่ยมบ้าน ปัจจุบันพยาบาลดูเรื่องงานเยี่ยมบ้าน เภสัชดูแค่เรื่องจำนวนใบยา จึงอยากทำงานเยี่ยบบ้านด้วย

7 ชม กับ 27 นาที

จาก 150 เหลือ …… บาท

ถ้าหน่วยบริการไหน ยอมเปิดงาน สมาคมจะลงไปช่วย

แบบฟอร์มของสมาคม

สมาคมมีการโทรไปถามคนไข้ด้วย ว่าบริการดีหรือไม่

บอกว่า 99.99% มีความพึงพอใจ … เปรียบเทียบเหมือนกิ้งกือ

ทางสมาคมวิชาชีพเภสัช เสนอให้ขายบริการเพิ่มขึ้น จากการขายสินค้า(ยา)

ต้องมีกระบวนการงอลของเภสัช (กระบวนการงอนลูกค้าแบบงามๆ)

สรุปคือ 4P + Pharmacy Practice

083-809-0393

พี่หมู

ทุก service ที่ key เข้ามา จะได้รับเงินกลับไป

…………………………

Arincare

ความสูญพันธ์ุของ DVD , CD

การใช้ระบบ cloud เหมือน google / facebook

ค้นยาจากชื่อสามัญได้

มี arincare wiki เป็นข้อมูลอ้างอิงให้กับเภสัชกรเวลาใช้งาน ข้อควรระวัง อ้างอิง ณ จุดขาย

ระบบการพิมพ์หน้าซองยา (ต้องอ้างอิงวิธีการใช้งานให้ถูกต้อง)

ระบบสมาชิก : ค้นหาด้วยโทรศํพท์มือถือ , บันทึกยาที่แพ้ (พร้อมแจ้งการเตือน และเตือนก่อนขาย) บันทึกโรคประจำตัว

บันทึกสินค้าที่ซื้อบ่อยที่สุด 5 item

การเชื่อมต่อกับระบบ QR code เพื่อจ่ายเงิน ตอนนี้ลูกค้าใช้มือถือยิงตรงได้เลย (ลดขั้นตอนจด crop หน้าจอและส่งต่อ) อนาคตจะมี Alipay & Vchat

หลังบ้าน มีระบบ dashboard บทสรุปในเชิงธุรกิจ เช่น รายได้มาจากไหนในช่วงเวลานั้น พนักงานคนไหนเป็น top sale, ดูได้ว่าวันไหนในสัปดาห์ขายได้ดีที่สุด รวมทั้งช่วงเวลาไหนของสัปดาห์ที่ขายดี

รายงาน ขย. และ export มาทั้งในรูปแบบ PDF หรือ excel

รายงานสินค้า export ออกมาเป็น excel

Arincare เปิดบริการ

  • Arinshare : ช่วยให้ร้านยา stock บวมช่วยระบายสต๊อก

  • Arinhelp : เชื่อมต่อกับร้านค้าส่งเสนอราคาผ่านระบบ

…………..

กลยุทธ์การตลาดสำหรับร้านขายยา : ภก.สุวิทย์ ธีรกุลชน

การให้สิ่งที่เกินความคาดหวังเค้า บางครั้งนำไปสู่ยอดขาย บางครั้งทำให้เกิด loyalty

Exceed expectation

  • เริ่มต้นด้วย mindset ก่อน คือ ต้องการทำให้คนเข้ามาใช้บริการมีสุขภาพดี

ไม่ใช่เริ่มที่ตั้งเป้าว่าจะต้องขายได้เท่าไหร่ ต้องยัดเยียดขายหรือไม่ ซื้ออะไรเสริมมั๊ย

เช่น เค้าเข้ามาด้วยยาแก้ไอ แต่เภสัชกรช่วยให้เค้าไม่เป็นโรคปอดจากการสูบบุหรี่

ร้านนี้จะทำให้กลายเป็นที่ต้องการกับชุมชน

  • การแข่งขันในพื้นที่

มีร้านขายยากี่ร้านในระยะทางที่เดินทางได้ search จาก google

แต่ละร้านเป็นสิบร้าน มีจุดต่างอย่างไร

ปกติ คนเดินเข้ามาร้านยา คนจะถามมียา x มั๊ย ราคาเท่าไหร่?

ร้านยาบริเวณเดียวกัน มีการแข่งขันเรื่องราคา

ที่น่าปวดใจคือ แนะนำตั้งนาน คนไข้ไปซื้อยาที่อื่น

และความเป็นจริงของเภสัชกรคือ ไม่มี Pharmacist fee

  • ทุกร้านมีเป้าหมาย

ยอดขาย. เงินจำนวนที่อยู่ได้. การขยายสาขา

จุดสำคัญที่สุดคือ ถ้ามีเป้าหมายแล้ว จะทำอย่างไรให้ถึงเป้า การวางกลยุทธจึงสำคัญ

จึงไปลองดูตลาด Modern trade เพื่อเทียบเคียงกลยุทธ์

  • Modern trade

ไม่ใช่ว่า modern trade ทุกแห่งจะประสบความสำเร็จในเมืองไทย เช่น carfour

  • เพราะขาดข้อแรก ความสำคัญของ supplier เพราะกฎเหล็กของเค้าคือ ไม่ซื้อสินค้าอันดับหนึ่ง (เช่น คอลเกต) จะซื้อแต่อันดับ 2,3,4 เพราะกำไรมากกว่า

SC Johnson & Bayer : เงินกินเปล่า (fee) ไบก้อน จ่าย 4%. ส่วน SC Johnson จ่ายเกือบ 12%

ดังนั้น เวลา sale เข้าร้าน ถ้าคุยกันดีๆ มี deal อะไรก็เอามาสนับสนุนเรา

  • ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น เชี่ยวชาญด้านสารอาหาร

  • เพิ่มความพึงพอใจจากการซื้อ : คนงานก่อสร้าง ยอมเดินไกลกว่า สำหรับสินค้าเหมือน กัน ราคาเหมือนๆ กัน ได้คำตอบว่า ร้านนั้นไหว้ผมทุกครั้ง พอเดินไปร้านนี้ รู้สึกหัวใจพองโต และสำคัญสำหรับเค้ามาก …. การบริการจึงเป็นศิลปะ ว่าจะโดนเค้ามั๊ย

Sales Funnel : การกรองคนที่เข้ามารับบริการกับเรา

จากร้านที่เรากางวงเวียนไปในรัศมีจากร้านเรา จำนวนหัว คนสัญจร 7-eleven สมัยก่อน ถ้าคนเดินผ่านหน้าร้านไม่เกิน 15,000 คนต่อวันจะไม่เปิด เมื่อก่อนจ้างนักศึกษา แต่ตอนนี้ไม่ต้องนับแล้ว เมื่อก่อนต้อง prove success แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้อง prove success?

เพราะว่า เมื่อก่อน ต้อง prove ว่าทกร้านต้องมียอดขาย

สมัยนี้เอาของเข้า SKU ต้องมีค่าแรกเข้า …. ราคาปีหน้าคือ 1 ล้านบาท ปีนึงมีสินค้าใหม่ 200 – 300 SKU นั่นคือ มีรายได้ขั้นต่ำอยู่แล้ว 2-3 ล้านบาท

จะอยู่รอดหรือไม่รอด นั่นเป็นทางเลือกของเจ้าของ (ตอนนี้ใครเปิด 7-eleven คือ ไปช่วย CP มากกว่าสร้างรายได้ดี)

ข้อมูลประชากรศาสตร์ มีอยู่แล้ว อยู่ที่เราจะสามารถเข้าถึงมันได้หรือไม่ หรือ ดูบ้านเลขที่ นับจำนวนคน จำนวนรถ เพื่อดูว่า คนในพื้นที่มีเท่าไหร่

จากนั้นดูว่า คนที่ต้องการสินค้า healthcare มีมากเท่าไหร่

คนเดินเข้าร้านเท่าไหร่

ลูกค้าจริงเท่าไหร่

ลูกค้าที่ซื้อประจำเท่าไหร่

จาก 50,000 คน ทั้งหมด เราจะได้ทราบว่า ลูกค้าหลงหายในขั้นไหน

ในทางปฏิบัติ ก็ให้ไปแก้ปัญหาตรงนั้น เช่น มีคนแต่ไปร้านคนอื่น อาจเพราะทำเลเราไม่ดีหรือไม่. หรือ มาแล้วแต่ไม่แนะนำร้านเรา.

ถ้าเข้าใจ Sales funnel

ถ้าตัวเลขเป็นตามนี้ … ปรับขั้นที่ 1 ให้คนมานานขึ้น

การวิเคราะห์ตัวเลข จึงมีส่วนสำคัญต่อการวางกลยุทธ์

Case study 7-Eleven เรื่อง Door location

ย้ายประตูแล้วยอดขายดีขึ้น ประตูอยู่ตรงหัวมุมยอดขายดีขึ้น

กรณี Modern trade

เห็น theme สี. เห็นราคา

เนื้อหมู องุ่น ทุกคนรู้จัก ทำไมต้องลงโฆษณา

เค้าพยายามนำสิ่งที่สดมากๆ มาให้ดู

การขายให้ขายได้ ให้ขายจาก emotion มากกว่า rational

การตัดสินใจซื้อของคน มาจากอารมณ์มากกว่าเหตุผล

อย่างอาหารเสริม ใส่เหตุผลเยอะ คนไม่ได้สนใจ แต่จะสนใจจะซื้อเมื่อตอบโจทย์เค้า

อย่างกรณีวันแม่ หลายบริษัทออกหนังโฆษณาวันแม่ แต่การโยงอารมณ์จากวันแม่ไปสินค้าเป็นศิลปะของแต่ละบริษัท

เช่น ไฟเซอร์ ออกหนังโฆษณา แม่ไม่มีวันหมดอายุที่จะดูแลลูก – วัคซีน IDT

ลักกี้เฟรม – เตาแก๊ส – วันแม่ – ทำหนังให้เด็กนักเรียนพูดถึงแม่ แม่มาวันแม่ไม่ได้ แม่ไม่สนใจ ทำไข่เจียวไหม้ แต่แม่ไม่อยู่แล้ว แต่อาหารรสไหม้นั้น คิดถึง …. สรุป อาหารที่แม่ทำติดใจที่สุด มีการแชร์ไป 4 ล้านกว่าวิว

กรณีร้านขายยา ทำอย่างไรให้ร้านยาคนอยากเข้า

เรามีอะไรเป็นสื่อบอก เพราะบางครั้ง

ของใหม่เข้ามา ก็ควรจะมีสิ่งบอก

Shelf management : เรามีโปรแกรมนี้มากว่ายี่สิบกว่าปีแล้ว

นักจิตวิทยาคิดมาให้แล้ว ว่าระดับสายตาขายดีที่สุด คำนวณเป็น % แต่ละชั้นได้เลย

เราจะเอาสินค้าอะไรโชว์บนชั้นสินค้าขายดี : สินค้าขายดีอยู่แล้ว หรือ สินค้าใหม่ที่ยังขายไม่ดี

เทคนิค เอาขายดีไว้ที่ เค้าเห็น

จำนวน ควรวางกี่ขวด ขึ้นกับอะไร (shelf facing) ควรจะวางจากอะไร ตอบ จาก market share ในร้านของเรา เช่น ยาน้ำแก้ไอ มี 5 ชนิด จะวาง 2 ขวดทุก brand หรือ วางตาม marketshare … เรียงจากซ้ายไปขวา

ขอให้ทำ research

บางร้านก็ไม่ได้ทำเป็นเรื่องเป็นราว

จริงๆ ทำไม่ยาก 1′, 2′

สำคัญคือ Qualitative – Quantitative

Quail ถามแค่อยากรู้ trend แค่ 4-8 คน ก็รู้ละ เช่น อยากหาจุดเด่นของร้าน แล้วหาดูว่า อะไรที่คล้าย ๆ กัน มาสรุปก็รู้ละ

Quanti วัดเป็น % ได้ เช่น ความพึงพอใจที่มีต่อร้านคุณ ทำเป็นสเกล แล้วให้ลูกค้ากรอก แค่ 20-30 คน ก็รู้แล้ว

ประโยชน์ เช่น ดู trend , Intelegence report , ราคา, หลากหลายของสิ่งที่เราไม่รู้ก็จะรู้ทันที จ้างเด็กหน้าร้านก็ได้ เช่น เดินผ่านหน้าร้านบ่อยขนาดไหน ทำไมถึงไม่ค่อยเดินเข้าร้านนี้

ทำไม modern trade ถึงไม่เกิด price war

เช่น บูธ

หลักของเค้าคือ โปรโมชั่นจะต้องมีราคาพิเศษได้แค่บางไอเทม ลดราคากัน เป็นช่วงๆ ให้ลูกค้าทำนายไม่ได้ … ทำแล้ว พิสูจน์แล้ว

กรณีศึกษา Restaurant Impossible …. ร้านไหนใกล้เจ๊ง ก็จะมาพัฒนาให้ ส่วนใหญ่ดีขึ้น

ผลของการทำคือ ร้านส่วนใหญ่ที่เจ๊ง คือ ร้านที่ไม่มีข้อมูล ไม่รู้ต้นทุน ยิ่งขายิ่งเจ๊ง ข้อมูลจึงสำคัญ

Customer satisfaction

ลูกค้าที่ไม่พอใจ พูดเยอะ ไม่จำเป็นต้องไปอารมณ์เสียกับลูกค้าที่ไม่มีเหตุผล

ลูกค้าพี่พอใจ จะมีน้อยๆ เป็นธรรมชาติ

โจทย์คือ ทำอย่างไรที่จะทำให้ Service delivery > Customer expectation (แต่อย่ามากเกินไป เพราะมันเลื่อนได้ ให้เพิ่มอีกนึดนึงๆ ไปเรื่อยๆ )

พัฒนาความสัมพันธ์กับ supplier

ช่วยกันพัฒนา category

เพิ่มความพึงพอใจ

………….

พี่ปุณ

คนสำคัญที่สุดของธุรกิจคือ ลูกค้า (customers /Consumers) คนขาย (Sellers) = คู่แข่งเยอะ

สิ่งแวดล้อมที่จะกระทบต่อธุรกิจ

Pharmacy เป็น Retail business (ธุรกิจค้าปลีก)

ลุกค้าคือ คนไข้ คนขายคือ เภสัชกร คู่แข่งก็เยอะแยะ

GNC –

เวชพงษ์ ตำรับไทย

Mom & Pos shop ร้านโชว์ห่วย ขายนม ยาบรรจุเสร็จ ยาสมุนไพร พลาสเตอร์ติดแผล

C-store : 7-eleven , Lotus express มียาสามัญประจำบ้าน

Supermarket : save drug อยู่ใน lotus

Department store :

Consumers trend

แนวโน้มของผู้บริโภค , คู่แข่งทั้งทางตรงทางอ้อม, คู่แข่งผิดกติกา

กฎเกณฑ์ พรบ.ยา , GPP,

ผลิตภัณฑ์จดแจ้งเป็นเท็จ การขายยานอกสถานที่ผิดกฎหมายแต่ไม่ถูกจับ

ปัจจุบัน ร้านยามีการพัฒนารูปลักษณ์มากขึ้น

วิสัยทัศน์ นำไปสู่สิ่งที่เราอยากเป็น นำไปสู่นโยบาย (corporate policy) นำไปสู่เป้าหมาย & แผนธุรกิจ และการวางแผนกลยุทธ์และการตลาดในร้านยา

ต้องเวิเคระห์ ตัวเอง (DISC) , ลูกค้า (Gen x Y Z C) พฤติกรรม สิ่งแวดล้อม

ทำ Segmentation ตาม ทำเลที่ตั้ง รายได้ ลักษณะจิตวิทยา Target

เช่น ใกล้โรงงาน ตลาด/หน้าชุมชน ชุมชนริมถนนศักยภาพ

วาง positioning : เป็นร้านยาครบครัน โดยเภสัชกรใกล้บ้านคุณ

เน้นสินค้า ยา วิตามิน/อาหารเสริม สมุนไพร personal care เครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ผู้สูงวัย

กลยุทธ์ : Blue Ocean (ทำเลใหม่)

BookDoc เข้าทำพันธมิตรกับโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

BookDoc เข้าทำพันธมิตรกับโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

BookDoc ตามข่าวระบุว่าเป็นเครือข่ายด้านสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในปัจจุบันมีผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพกว่า 50,000 รายในระบบ ซึ่งประกอบไปด้วย หมอ หมอฟัน พยาบาล นักกายภาพบำบัด

การเข้าร่วมมือกันครั้งนี้ BookDoc จะได้เครือข่ายหมอของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เข้ามาในระบบ และฝั่งโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ก็จะได้เครือข่ายคนไข้ในระบบของ BookDock ได้มีโอกาสเข้ามาใช้บริการ

ก่อนหน้านี้ BookDoc ก็ได้ทำพันธมิตรร่วมกับอีกหลายโรงพยาบาลในภูมิภาค อาทิ ในมาเลเซีย กับโรงพยาบาล National Heart Center (IJN), Ramsay Sime Darby Healthcare, และ KPJ Healthcare; ในสิงคโปร์ร่วมกับ NTUC, Thompson and Q&M Dental; ในฮ่องกงร่วมกับ Adventist Hospital, Quality Healthcare, และ Townhealth; และในอินโดนีเซียร่วมกับ Siloam Hospital Group.

………………………

ลองเข้าไปใช้ app ของ BookDoc ก็จะเห็นหน้าจอ 4 ส่วนหลักครับ คือ

  1. การจอง-นัดหมายแพทย์ในพื้นที่
  2. ระบบเก็บข้อมูลสุขภาพ โดยทำการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สุขภาพติดตามตัว (wearable) ต่างๆ เช่น fitbit, Garmin, S-Healht
  3. ข้อมูลสุขภาพจาก MIMS และศูนย์ให้บริการทางการแพทย์ต่างๆ
  4. ผนวกฟังก์ชั่นแผนที่ โดยมีข้อมูลโรงแรม ที่ทานอาหารที่อยู่ใกล้เคียงพื้นที่ให้ด้วย ซึ่งเหมือนกับว่าจะต้องการทำให้ app นี้ช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ใช่คนท้องถิ่นด้วย

ตัว app ไม่ได้เน้นแต่การจองคิวแพทย์แต่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการพยายามผนวกเรื่องข้อมูลสุขภาพเข้าไปด้วยในนี้เลย

………………………

มองไปแล้ว จะเริ่มเห็นว่าบริษัทต่างประเทศเริ่มที่จะเข้ามาทำตลาดไทยมากขึ้น โดยเฉพาะกับธุรกิจส่วนที่คาบเกี่ยวกับ Startup ด้าน health ทั้งนี้ในประเทศไทยก็มีบริษัท Startup ที่ทำทางด้านจองคิวแพทย์อยู่แล้วที่ชื่อว่า ZeekDoc (ผู้ก่อตั้งคือ น้องฟ้า – เภสัชจุฬาฯ) เมื่อคู่แข่งจากต่างประเทศเข้ามา คงจะต้องทำงานหนักขึ้นแน่ๆ

#Startup #Healthtech
#BookDoc #Zeekdoc #นัดหมอ
#เภสัชกรกลางตลาด #Pharmacist #เภสัชกร

BDMS เบนเข็มสู่ตลาดผู้ที่ยังไม่ป่วย

BDMS wellness : บริเวณที่ตั้งเดิมของโรงแรมปาร์คนายเลิศ

  • กลุ่มเป้าหมาย : คนอายุ 40 ปี ขึ้นไปที่มีการศึกษาสูง มีประสบการณ์เดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้ง (มิใช่ตลาดล่างแน่ๆ)

  • บริการ : ตรวจสุขภาพเชิงลึก (Wellness checkup) ตรวจฮอร์โมน สารอาหาร ตรวจพันธุกรรมที่ทำให้สามารถทำนายความเสี่ยงในการเกิดโรคในอนาคตได้ ทั้งยังให้เวลาคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 1 ชัวโมงเต็มๆ (จากที่ปกติคุยกันแค่ไม่กี่นาที)

  • ราคา 70,000 – 80,000 บาทขึ้นไป

พี่ๆ ท่านใดเคยใช้บริการ มาเล่าให้ฟังหน่อยนะครับ

Source : Forbes Thailand August 2018
………………………

ฟากเภสัชกรเอง ก็คงต้องทำการบ้านเรื่องงานส่งเสริมสุขภาพ (Welness) เพิ่มด้วย มากกว่าเพียงเน้นที่การรักษาด้วยยาอย่างเดียวด้วยนะครับ การบ้านเยอะเลยหละ

#BDMS
#WellnessEconomy
#เภสัชกรกลางตลาด

3SBio เมื่อยาจีนแผนปัจจุบันผงาดตลาดโลก

เมื่อยาจีนแผนปัจจุบันผงาดตลาดโลก

เวลาเราพูดถึงยาจีน เรามักคิดถึงแค่ยาสมุนไพรตามเยาวราช หรือไม่ก็เป็นแหล่งวัตถุดิบราคาถูกสำหรับผลิตยาแผนปัจจุบัน

แต่ยาจีนยุคใหม่ ไม่ใช่แค่นั้นแล้วสิ
มีหลายบริษัท ก้าวไปสู่ยายุค Biologic แล้ว

………………………

3SBio ภายใต้การนำของ ดร.ลู่ จิง ผู้บริหารรุ่นที่สองของบริษัท ได้ขึ้นสู่บริษัทอันดับหนึ่งใน 200 บริษัทที่มียอดขายที่ยังไม่ถึงพันล้านดอลล่าร์ (33,000 ล้านบาท) ซึ่งก็ถือว่า ทุกบริษัทที่อยู่ใน list 200 นี้ คือ บริษัทดาวรุ่ง

3SBio มียาหัวหอกสองตัวคือ Tpiao (Trombopoetin ใช้รักษาอาการเกล็ดเลือดต่ำจากโรคมะเร็ง) มีส่วนแบ่งตลาด 51% ในจีน และ Epiao (EPO : รักษาอาการเลือดจางจากโรคไตหรือมะเร็ง) มีส่วนแบ่งตลาด 34% (ตัวนี้มีขายในไทยด้วย)

ยาทั้งสองตัว เดิมถูกพัฒนาในห้อง lab ที่กรุงวอชิงตันดีซี ในปี 1995 หลังจากที่ ดร.ลู่เป็นนักวิจัยอยู่ที่สถาบันวิจัยสุขภาพแห่งชาติที่รัฐแมรี่แลนด์

บริษัท 3SBio ใช้เวลา 25 ปี ในการขึ้นมาถึงจุดนี้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเวลาที่ไม่นาน โดยบริษัทเดิมชื่อ Shenyang Sunshine Pharmaceutical ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลด้วยคุณพ่อของ ดร.ลู่ ซึ่งในขณะนั้นก็เป็นนักวิจัยแพทย์ทหารของจีน โดยหลังจากที่บริษัทมีการแปรรูปเป็นเอกชน ดร.ลู่จึงเริ่มเปิด lab ในอเมริกา

บริษัท Sunshine ในช่วงเริ่มต้นได้พัฒนายากลุ่ม interferon ซึ่งขณะนั้นคู่แข่งยังมีแต่ยา Original ซึ่งมีไม่กี่ราย และได้เริ่มวางตลาดในปี 1995 (ช่วงเวลานั้น ประเทศไทยยังคงเน้นการนำเข้า หรือ การผลิตในลักษณะการผสมยาเคมีเท่านั้น และแทบจะยังไม่มีคนสนใจเรื่องยาชีววัตถุในช่วงเวลานั้นในบ้านเรา) ภายในไม่กี่ปี ราคายาก็ลดลงถึงกว่า 60% ต่ำกว่าราคาตลาด บริษัทขายยาได้ถูกกว่ายาต้นแบบมาก ส่งผลให้เกิดกระแสเงินสดเข้ามาบริษัทไม่น้อย หลังจากนั้นก็ได้วางตลาด Epiao และ Tpiao ในปี 1998 และ 2005 ตามลำดับ

จุดเปลี่ยนประการสำคัญของบริษัทอยู่ที่การ focus กับกลุ่มยา biosimilar รวมทั้งการดำเนินกลยุทธ์การตลาด โดยได้จ้างผู้บริหารฝ่ายขายจากบริษัทยาข้ามชาติ (เชอริ่งพราว) ทำให้ปี 1997 ยอดขายพุ่งเป็นประวัติการณ์

บริษัทได้เปลี่ยนชื่อเป็น 3SBio และเข้าระดมทุนในตลาด Nasdaqในปี 2007 หลังจากนั้นกลับมาซื้อขายในตลาดฮ่องกงในปี 2015

ทุกวันนี้ 3SBio มีพนักงานขายกว่า 2,500 คน โดยมียาในพอร์ตกว่า 30 ตัว และขายในโรงพยาบาลกว่า 14,000 โรงทั่วประเทศจีน

ดร.ลู่บอกว่า ถ้าเป็นหมอฝรั่งเค้าอาจจะยินดีที่จะพบผู้แทนยาหน้าใหม่ๆ แต่ต่างกับหมอจีนที่ชอบจะคุยกับผู้แทนยาที่ตนคุ้นเคยมากกว่า (ซึ่งอาจคล้ายไทยก็ได้ – ผู้เขียนเติมเอง)

ตอนนี้ 3SBio ได้ไล่ซื้อบริษัทผลิต Biologic อื่นๆ เพื่อเพิ่มกำลังผลิตและเพิ่มรายการยา โดยล่าสุดได้ตัวยา Yisaipu (ตัวเดียวกันกับ Etanercept ของ Pfizer : ยาชีววัตถุที่ใช้รักษาโรคข้อ สะเก็ดเงิน ที่เกิดจากภูมิคุ้มกัน) ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญของ Pfizer และปัจจุบันครองส่วนแบ่งการตลาดได้กว่า 60% ในจีน
………………….

น่าสนใจในเรื่องที่บริษัทยาในเอเชียขึ้นมาผงาดในลำดับต้นๆ ของธุรกิจได้อีกครั้ง โดยปกติแล้วการวิจัยและพัฒนายานั้นใช้เวลานาน (10-15 ปี) แต่เมื่อได้ผลิตภัณฑ์ออกมาแล้วก็จะมีเวลาสำหรับการทำตลาดที่นานไม่น้อยโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ยาประเภท Biological Products ซึ่งยากลุ่มนี้เมื่อได้เริ่มใช้ก็มักจะไม่ค่อยนิยมเปลี่ยนชนิดด้วยเหตุผลของความกลัวการแพ้ข้ามยาชีววัตถุแต่ละชนิด

ผู้เขียนเรียนตามตรงว่า จากประสบการณ์ที่นั่งเรียนในคณะเภสัชฯ ในช่วงปลายยุค 90′ และเข้าทำงานในยุค 2000’s แทบจะไม่ค่อยได้ยินผู้ผลิตในประเทศพูดถึงยากลุ่ม biologic (ยาชีววัตถุ) เลย ประเทศไทยในตอนนั้นยังคงเป็นยุคของยาเคมี และยังคงเป็นแบบนั้นต่อเนื่องมาอีกหลายปี จะมีการขับบ้างก็ในเรื่องความพยายามในการส่งเสริมไปผลิตยาสมุนไพร แต่ความพยายามในการใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในการนำมาพัฒนายารุ่นใหม่ในประเทศยังคงไม่เกิดขึ้น

บริษัทยาไทยที่พอจะมองได้ว่าคล้ายๆ 3SBio ก็น่าจะเป็น Siambioscience ละมั๊งครับ (บริษัทร่วมทุนระหว่างทุนลดาวัลย์ (สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และมหาวิทยาลัยมหิดล) ซึ่งตอนนี้ก็ลุ้นๆ อยู่ว่าจะทยอยนำยากลุ่ม Biosimilar ออกมาได้เร็วขนาดไหน

อันนี้เป็นโจทย์ร่วมด้วยสำหรับประเทศไทย ที่เราพูดกันบ่อยๆ ว่าต้องการความมั่นคงทางยา แต่จนถึงวันนี้ เรายาไม่สามารถให้กำเนิดยาใหม่ของเราเองได้เลยแม้แต่ตัวเดียว

แต่เราทำได้นะ … เรามีศักยภาพไม่น้อยเทียวหละ
อย่างน้อยยุทธศาสตร์ชาติด้านยา เราควรมีเรื่องพวกนี้นะ

#3SBio #Biologic #Biosimilar
#Pharmacist #เภสัชกร
#เภสัชกรกลางตลาด