Overview Independent Pharmacy trends for Thailand 2018

ในปัจจุบัน ประชากรมากกว่าครึ่งหนึ่งทั่วโลกเข้าถึง internet ทำให้คนเข้าถึงการแพทย์ การรักษา คนอายุสูงขึ้น ประเทศเข้าสู่ทิศทางของสังคมสูงอายุ

โรงไม่ติดต่อเรื้อรัง จะเป็นภาระค่ารักษาพยาบาลในอนาคต รัฐในต่างประเทศจึงนำระบบเทคโนโลยีมาใช้

ดังนั้น จึงมีการปรับระบบการให้บริการทางการแพทย์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 หมวดหมู่ ทั้งการปรับโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาอุปกรณ์ เครื่องมือ การเก็บรวมบรวมข้อมูล การกำกับดูแล การให้บริการ

ตัวอย่างการปรับโครงสร้างพื้นฐานบริการ … โดยปรับโรงพยาบาลให้เป็น smart hospital ให้ทุกคนในโรงพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยเห็นภาพเดียวกัน

การสูญหายของข้อมูลลดลง การใช้ IoT ช่วยให้ รพ.สามารถจัดการ inventory ได้ดีขึ้น. หรือแม้แต่ pace maker ก็เชื่อมต่อกับระบบของโรงพยาบาล ทำให้ รพ. ติดตามอาการคนไข้ต่อเนื้องบได้

วิวัฒนาการระหว่างเครื่องมือและอุปกรณ์. การมี internet กลายเป็น internet of service เป็น internet of people และ เป็น internet of things

ในอเมริกามีการใช้ smartphone 77% ทั่วโลกมี application กว่าแสน application จน FDA ยอมรับการใช้เครื่องมือในการติดตามสุขภาพของคนไข้ แม้แต่ apple ซึ่งยกตัวอย่างเช่น apple smart watch 4 วัน indicator ทางสุขภาพได้หลายประการ ทำให้การดูแลสุขภาพของคนไข้ได้ต่อเนื่อง มี application “Care Kit” บริหารการใช้ยาได้ดีขึ้น. มี “Research Kit” ในการวิจัยโดยใช้ platform ของ apple

ข้อมูลที่ load ขึ้น cloud ของ facebook กลายเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่

เมื่อข้อมูลเข้ามาอยู่บน cloud แต่ละฝ่ายก็ดึงข้อมูลเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ได้

สำหรับประเทศไทย ยังขาดกลไกศูนย์กลาง ขาดบุคลากร ขาดความตระหนักในการทำเรื่องนี้ แต่ยังมีอยู่ในแผนงาน 20 ปี

แนะนำสำหรับเภสัชกร …. ให้สร้างระบบนิเวศใหม่ หาพันธมิตรที่มาช่วยพัฒนางาน อยากให้แชร์ข้อมูลกันมากขึ้นเพื่อนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ และทำการทดลองกับธุรกิจโมเดลใหม่ๆ ซึ่งอนาคตรายได้จะไม่ได้มาจากรูปแบบธุรกิจเดิมๆ แล้ว ให้มุ่งเน้นวิสัยทัศน์เดียวกัน ให้ยืดหยุ่น

………………..

เดิมครอบครัวเคยทำธุรกิจยาแผนโบราณ ตอนนี้ทำร้านยา และเป็นนายกร้านยา

ในแง่ของ service care จะต้องมีการจัดการอย่างเหมาะสม เราทำงานคนเดียวไม่ได้ และในยุคนี้ตลาดสุขภาพทุกคนสนใจ เพราะประเทศเข้าสู่สังคมสูงอายุ โรงเรียนอนุบาลเด็กเล็กปิดตัวลงไปกว่า 300 แห่ง สิ่งที่ทำให้ร้านยายั่งยืนและไม่ปิดตัว คือ ต้องรู้จักลูกค้า ให้มี patient profile ซึ่งร้านยาจำเป็นต้องมี สิ่งที่ทำให้ร้านยาอยู่รอด คือ trust … เภสัชกรต้องอยู่ร้าน ห้ามปิด ห้ามย้ายร้าน

ร้านยามีทั้ง product & service สิ่งสำคัญที่ทำให้ร้านยาอยู่ได้คือ service มากกว่า product. ทางสมาคมเห็นว่า อยากทำให้ภาครัฐบาลยอมรับร้านยาเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพ

ตัวอย่างของประเทศออสเตรเลีย มีการรวมกลุ่มกันของเภสัชเป็น the guilds

ใช้ระบบมาตรฐานเป็นตัวกำหนด มุ่งที่ผู้ป่วย ที่งานบริการยาที่ดี เช่น การจัดยา unit dose

ตลาดยาตอนนี้โต 7%

กังวล Tiffy Dey ที่อาจถูกผลักไปอยู่ OTC

Dermatix โตมาก คำถามคือ ร้านยามีสินค้าที่ตลาดต้องการแล้วหรือยัง ซึ่งร้านยาจะต้อง network กับร้านยาอื่นๆ มั๊ย เพื่อให้ร้านมีสินคั้าพวกนี้

มีการสำรวจกับประชาการ

ธุรกิจอื่นๆ สนใจ medical tourism ซึ่งโตสูงมาก ทั้งนโยบายรัฐที่ขยาย residential ให้กับคนต่างชาติเพิ่มมากขึ้น

คำถามคือ ร้านยาจะไปรับใบสั่งแพทย์จากคนต่างชาติพวกนั้นได้หรือไม่ ออกบิลภาษาอังกฤษที่ชัดเจนและให้เค้านำไปเบิกประกันได้หรือไม่

ตัวอย่าง SCG ก็สนใจเข้ามาธุรกิจนี้ บริษัทประกันชีวิตก็เข้ามาคุยกับสมาคม เช่น พื้นที่ จ.ระยองซึ่งสามารถช่วยคนแหล่งอุตสาหกรรมได้ในแง่การป้องกันโรค

ข้อมูลยาในปัจจุบัน ปี 60

ที่ กทม. เป็นที่เดียวที่ข้อมูลตรงที่สุด ส่วนต่างจังหวัด ข้อมูลแต่ละปีไม่ตรงกัน ถ้าตัวเลขไม่ update จะไม่สามารถนำมาวางแผนกับรัฐบาลได้เลย

ในกทม. แนวโน้มจะเป็นแบบนี้สักพัก เว้นแต่จะมีปัจจัยอื่นมากระทบทำให้ร้านยาปิดตัวไป

การรุกคืบของร้านยาเชน ….

เนื่องจากร้านยา มีต้นทุนสูงกว่าธุรกิจอื่นๆ ทั้ง Vat และการจัดซื้อ

ประเด็นในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ม.258 เน้นการแพทย์ปฐมภูมิ

โจทย์ของสมาคมคือ การสร้างคนเพื่อให้เข้าร่วมไปในระบบหลักประกันสุขภาพ

ตาม พรบ.วิชาชีพ มาตรฐานวิชาชีพ … ให้เภสัชทำตามเงื่อนไขของใบประกอบวิชาชีพ ไม่ทำนอกกำหนด

อนาคตของร้านยา

อนาคตของการจำแนกชนิดยา

เช่น ยาฆ่าเชื้อ (จะกลายเป็น hospital only หรือไม่ เช่น levofloxacin) ยาบางตัวจะต้องระบุว่าจ่ายในร้านยาที่มีเภสัชกรเท่านั้น ยาแก้ไอ

การจำแนกหน้าที่

สิ่งที่สมาคมฯ เสนอต่อรัฐบาล

PCC : Primary Care Cluster

สมาคม เสนอ คัดกรอง เบาหวาน ความดัน

ยืนยันว่า เภสัชกรจะต้องเป็นผู้จัดการด้านยา สามารถเป็นตัวแทนของชุมชนในพื้นที่ ทั้งแจ้งข่าวสุขภาพ การให้คำปรึกษาเรื่องยา ใช้เครื่องมือสื่อสารเป็นเครื่องมือเชื่อมต่อกับคนเข้ารับบริการ

เสนอว่า สมาคม จะต้องทำการเติมเต็ม value chain ตามระบบด้านบน

ต้นทุนประมาณการร้านยา และรายได้

ถ้าลูกค้า 80 คนต่อวัน …

สรุป ต้นทุนต่อใบสั่งยา 30 บาท และ เพิ่ม 3 บาทต่อรายการ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s