มาดูแผนการของ Ping An Good Doctor กัน

Ping An (ผิง อัน) บริษัทให้บริการด้านสุขภาพออนไลน์จากจีน จัดทัพใหญ่รุกคลินิกและร้านขายยาเคลื่อนที่ ซึ่งในปัจจุบันได้ให้บริการ “One-Minute Clinics” ด้วยการตั้งบูธที่คนไข้สามารถเดินเข้าไปรับการตรวจคัดกรองจากหมอ AI และสามารถรับยาได้เลยทันที โดยให้ดำเนินการแล้วถึง 1,000 บูธ ใน 8 จังหวัดของประเทศจีน ในต้นเดือนมกราคม 2562 (อ้างอิงบทความ : https://bit.ly/2CfBDY9)

เราลองมาดูด้วยกันดีกว่า ว่าแผนการของ Pin An เป็นอย่างไรบ้าง

ภาระกิจของ Ping An คือ สร้างระบบ Ecosystem ด้านสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในโลกเพื่อส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีด้วยการใช้เทคโนโลยี โดยมีภาพฝันว่าอยากเห็น

  • ทุกครอบครัวมีหมอประจำตัว
  • ทุกคนมีข้อมูลสุขภาพแบบอิเล็คทรอนิกส์
  • ทุกคนมีแผนจัดการคุ้มครองสุขภาพ

ตลาดการให้บริการสุขภาพในจีนมีขนาดใหญ่ และมีการเติบโตที่สูงมาก (โดยเฉลี่ยโต 9.4% ต่อปี) ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นคือ โรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอ โดยพบว่า คนไข้ต้องใช้เวลารอพบแพทย์กว่า 3 ชั่วโมง ซึ่งปกติจะต้องใช้เวลากับแพทย์เฉลี่ยประมาณ 8 นาที (ถ้ามาดูของไทยจะพบว่ามากกว่านี้ ลองไปโรงพยาบาลรัฐดูครับ และแน่นอนว่าตรวจคนไข้ 8 นาทีทุกคนไม่สามารถเป็นไปได้เลย) และพบว่าตัวเลขการประกันสุขภาพจะติดลบในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ทางออกคือ การนำเทคโนโลยี Internet และ AI (Artificial Intelligence : ปัญญาประดิษฐ์) มาช่วย ทั้งการใช้ Internet เพื่อแบ่งปันทรัพยากรสาธารณสุข และการใช้ AI ในการคัดกรองคนไข้ ทั้งยังสามารถให้บริการได้ 24 ชั่วโมงทุกวันด้วยคุณภาพที่ดีและไม่ต้องเสียเวลารอคอย ด้วยระบบบริการแบบนี้สามารถกลายเป็นโมเดลที่สามารถช่วยเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพได้ สามารถขยายได้อย่างรวดเร็ว และนำไปสู่สุขภาพที่ดีขึ้นของประชาชน

Ping An จึงได้สร้าง “One-Stop Platform” หรือ หน่วยให้บริการสุขภาพที่รวมในจุดเดียว โดยให้บริการทั้งคนสุขภาพดีและคนป่วย ซึ่ง Platform นี้จะเป็นที่รวมของ “ข้อมูลสุขภาพ” “การให้บริการทางการแพทย์” “ยาและเวชภัณฑ์” และ “ประกันสุขภาพ”

สิ่งที่ Ping An ให้บริการ ครอบคลุมไปตั้งแต่คนสุขภาพดี คนป่วย คนไข้ที่อยู่ระหว่างการรักษา ผ่านเครื่องมือคือ ระบบปัญญาประดิษฐ์ อินเตอร์เน็ต และทีมแพทย์ของบริษัท โดยจะจัดบริการที่เหมาะสมให้แต่ละระยะ อาทิ บริการ fitness, บริการความงาม, ประกันชีวิต, e-commerce, บริการตรวจสุขภาพ, กายภาพบำบัด, ร้านขายยา, โรงพยาบาล, และทีมแพทย์

ตัวเลขหน่วยให้บริการก็ไม่น้อย เช่น หมอประจำกว่า 800 คน และหมอรับจ้างกว่า 2,100 คน เครือข่ายโรงพยาบาลกว่า 3,000 แห่ง เครือข่ายร้านขายยากว่า 7,500 แห่ง หน่วยตรวจร่างกาย 1,100 แห่ง ใน 300 เมือง คลินิกทำฟัน 500 แห่ง เป็นต้น

เรียกได้ว่า Ping An แทบจะเป็นประตูสู่ระบบสาธารณสุขของประเทศจีน ไม่ว่าคนไข้จะเขามาในรูปแบบไหน ก็จะออกไปด้วยบริการของ Ping An ได้ ทั้งในรูปแบบ online และ off-line ยกตัวอย่างเช่น การส่งยาด่วน การให้คำปรึกษาออนไลน์ การส่งต่อ การนัดหมายแพทย์ การขอความคิดเห็นจากแพทย์ท่านที่สอง ส่วนโรคเรื้อรังก็ให้บริการการจัดการโรคเรื้อรัง บริการแพทย์จีน ตรวจสุขภาพ ส่วนกรณีสุขภาพดีก็จะมีบริการได้แก่ บทความสุขภาพ ฟิตเนส การตรวจยีนส์ ลดน้ำหนัก โปรแกรมสุขภาพ การรักษาช่องปาก และโปรแกรมความงาม ดังภาพด้านล่าง

และส่วนที่เหลือนี่ก็คือ ข้อมูลด้านยอดการใช้งาน ซึ่งคนใช้เฉลี่ยตกอยู่ราว 370,000 คนต่อวัน ทำกำไรขั้นต้นก่า 33% ในปีที่ผ่านมา

เห็นภาพกันแล้ว ท่านผู้อ่านมองภาพว่าระบบสุขภาพของไทยในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรครับ เราจะมีคนสร้างระบบคล้ายๆ กันนี้ได้ไหม หรือ เมื่อเวลาผ่านไป เราอาจเป็นได้แค่ลูกจ้างหรือผู้ใช้งาน

#PingAnGoodDoctor

Advertisements

Ping An (ผิง อัน) จัดทัพใหญ่รุกคลินิกและร้านขายยาเคลื่อนที่

Ping An บริษัทให้บริการด้านสุขภาพออนไลน์จากจีน จัดทัพใหญ่รุกคลินิกและร้านขายยาเคลื่อนที่ มาดูการเติบโตของเค้ากัน

#Timeline

* Ping An Good Doctor ก่อตั้งในปี 2015 สำนักงานใหญ่อยู่ที่เซี่ยงไฮ้ โดยให้บริการให้คำปรึกษาโดยแพทย์ นัดหมายแพทย์ รวมทั้งได้รับใบอนุญาตให้เป็นโรงพยาบาลออนไลน์ ซึ่งทำให้สามารถออกใบสั่งยาได้

* 2016 ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่ Pin An Insurance ซึ่งเป็นบริษัทประกันใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกด้วยเงินลงทุน 500 ล้านดอลล่าร์ (15,000 ล้านบาท)

* กันยายน 2017 Ping An ได้เปิดตัว “AI Doctor” ที่ช่วยคัดกรอง ให้คำแนะนำคนไข้ โดยภายในประกอบด้วยฐานข้อมูลการวินิจฉัยโรคหลายร้อยล้านการวินิจฉัยเป็นต้นแบบ

* พฤศจิกายน 2017 Ping An Good Doctor เข้าระดมทุนในตลาดหุ้นฮ่องกง 1 พันล้านดอลล่าร์ (33,000 ล้านบาท)

* กลางเดือน พฤศจิกายน 2018 Ping An ได้เข้ามาทำ MOU ร่วมกับเครือโรงพยาบาลกรุงเทพของไทย (BDMS) เครือข่ายโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยจะทำการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การให้บริการทั้งออนไลน์และออฟไลน์ระหว่างกัน รวมทั้งจะทำให้ Ping An กลายเป็น one stop service สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน

* ปลายเดือน พฤศจิกายน 2018 Ping An ได้เปิดตัว “One-Minute Clinics” ซึ่งคนไข้สามารถเดินเข้าไปบอกอาการ และรับการวินิจฉัยโดยหมอปัญญาประดิษฐ์ได้ (หมอ AI) ซึ่งจะทำการรวบรวมข้อมูลก่อนส่งต่อให้กับแพทย์จริงๆ ตัดสินใจ และในตู้จะมียาที่ใช้บ่อยๆ อยู่กว่า 100 ตัว ทำหลังจากการรับการวินิจฉัย คนไข้ก็สามารถรับยากลับบ้านผ่านตู้นี้ได้เลย

* มกราคม 2019 Ping An Good Doctor ได้นำ “One-Minutes Clinics” ติดตั้งใน 8 จังหวัดในประเทศจีน ด้วยจำนวนตู้กว่า 1,000 ตัว ซึ่งสามารถใช้ในการดูแลผู้ป่วยได้กว่า 3 ล้านคน โดยสามารถตรวจให้คำปรึกษาได้กว่า 2,000 โรค และสามารถตอบปัญหาด้านการแพทย์กว่า 10,000 อย่างได้อย่างทันท่วงที ด้วยมาตรฐานความแม่นยำในระดับสากล ในตู้ประกอบด้วยยากว่า 100 ตัวที่ทำการปรับอุณหภูมิเพื่อประกันคุณภาพของตัวยา ถ้าคนไข้ต้องใช้ยาที่ไม่มีในบูธ ก็สามารถนำใบสั่งยาจากระบบไปซื้อออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่น Pin An Good Doctor ได้ ซึ่งยาจะถูกจัดส่งภายในหนึ่งชั่วโมงโดยเครือข่ายร้านขายยาใกล้เคียง

ด้วยการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ ทั้ง Digital platform ในรูปแบบ Application ทั้งการรวมรวมข้อมูลด้านคลินิกขนาดใหญ่ประมวลผลในรูปแบบ Big data มีการใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในการช่วยคัดกรองและวินิจฉัยโรค รวมทั้งการประสานเครือข่ายแพทย์ และร้านยาในพื้นที่และในปัจจุบันได้เข้ามาจับมือกับเครือโรงพยาบาลกรุงเทพเรียบร้อยแล้ว เรียกได้ว่าพร้อมและครบเครื่องมาก

หมอ เภสัชกร และนักเทคโนโลยีสาธารณสุขไทย เรามีความพร้อมขนาดไหนในการมี platform ของตนเอง หรือว่า อนาคตเราต้องเตรียมความพร้อมไปอยู่ในเครือข่ายของ Ping An ด้วยหรือไม่นะ … ฝากให้ช่วยกันคิดต่อนะครับ

#PingAn
#PingAnGoodDoctor
#Telemedicine
#Telepharmacy 
#เภสัชกรการตลาด

ปล. ทั้งนี้ทั้งนี้ กลุ่ม CP ของไทย ได้ถือหุ้น PING AN ผ่านตลาดฮ่องกงรวมกันเป็นจำนวนถึง 27.84% ของหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง หรือคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 5.14 แสนล้านบาท เลยที่เดียว (https://www.finnomena.com/mkzk/ping-an-1/)

ปัจจัยและผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยา 2019

สวัสดีปีใหม่มิตรรักนักอ่านทุกท่านนะครับ เริ่มต้นวันทำงานใหม่ ผมขออนุญาตนำเสนอหัวข้อเปิดประเด็นแห่งปีที่น่าสนใจของอุตสาหกรรมยา “ปัจจัยและผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยา 2019” ซึ่งได้แนวคิดหลักมาจากนักวิเคราะห์มือฉมังแห่งวงการยา พี่มนู สว่างแจ้ง อดีตกรรมการใหญ่ บริษัทไฟเซอร์ ประเทศไทย จำกัด ครับ

เชิญอ่านแต่ละประเด็นได้ตามรายละเอียดดังนี้ครับ

กฎหมายประกอบร่างรัฐธรรมนูญ (พ.ป.ร.) ป.ป.ช. ม.60
มีระบบร้องเรียนใหม่ ไม่ต้องลงชื่อคนร้อง เพียงบอกสิ่งต่อไปนี้ได้แก่

ชื่อคนรับสินบน
ชื่อหน่วยงาน
หลักฐาน (รูป เสียง)

ป.ป.ช. จะต้องนำเข้าระบบ และทำการสอบสวนให้เสร็จภายใน 6 เดือน

ผลกระทบคือ

  • การร้องเรียนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างใน รพ.รัฐ มากขึ้น โดยเฉพาะประเด็นการเรียกรับเงินสวัสดิการ 5% (ซึ่งที่ผ่านมา รพ.ถือว่าทำได้เป็นปกติวิสัย) 
  • จะมีการร้องเรียนบริษัทยามากขึ้น เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องการรักษาความลับ โดยเฉพาะการร้องเรียนสกัดคู่แข่งที่เสนอจ่ายเปอร์เซนต์ในการซื้อยา
  • หากมีคดีความ บริษัทยาจะมีความเสี่ยงทำผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ. ปปช. 123/5 หรือ ม.176 (ใหม่) 
  • ทางออกในการจ่ายเงินสนับสนุนที่บริษัทยาอาจเลือก คือ การลงค่าใช้จ่ายเป็น บริจาคเงินเข้ามูลนิธิ เงินบำรุง หรือให้ รพ.สร้างกิจกรรมเพื่อเป็นเหตุผลในการบริจาค แต่ก็ยังผิด พรบ.ปปช.อยู่ดี

มีรายละเอียดเปลี่ยนไปจากเดิมและส่งผลกระทบ

  • กำหนดให้ต้องกำหนดราคากลางยาทุกประเภท
  • สนับสนุนอุตสาหกรรมในประเทศ ให้สิทธิประโยชน์ในการจัดซื้อยาในบัญชี “ยานวัตกรรม” (ในทางปฎิบัติ ไม่ใช่นวัตกรรม เพราะยังคงเป็นยาเลียนแบบ เพียงแต่มีการสร้างเกณฑ์บางอย่าง เช่น ต้องมีการทำ Bioequivalence) 
  • ยังคงให้สิทธิพิเศษแก่องค์การเภสัชกรรมโดยอ้างความมั่นคงทางยา อาจมีการยืดหยุ่นบ้างหากมียาที่องค์การเภสัชกรรมไม่ได้ผลิตเอง

ผลกระทบคือ

  • การร้องเรียนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างใน รพ.รัฐ มากขึ้น โดยเฉพาะประเด็นการเรียกรับเงินสวัสดิการ 5% (ซึ่งที่ผ่านมา รพ.ถือว่าทำได้เป็นปกติวิสัย) 
  • จะมีการร้องเรียนบริษัทยามากขึ้น เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องการรักษาความลับ โดยเฉพาะการร้องเรียนสกัดคู่แข่งที่เสนอจ่ายเปอร์เซนต์ในการซื้อยา
  • หากมีคดีความ บริษัทยาจะมีความเสี่ยงทำผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ. ปปช. 123/5 หรือ ม.176 (ใหม่) 
  • ทางออกในการจ่ายเงินสนับสนุนที่บริษัทยาอาจเลือก คือ การลงค่าใช้จ่ายเป็น บริจาคเงินเข้ามูลนิธิ เงินบำรุง หรือให้ รพ.สร้างกิจกรรมเพื่อเป็นเหตุผลในการบริจาค แต่ก็ยังผิด พรบ.ปปช.อยู่ดี


  • กำหนดให้ต้องกำหนดราคากลางยาทุกประเภท
  • สนับสนุนอุตสาหกรรมในประเทศ ให้สิทธิประโยชน์ในการจัดซื้อยาในบัญชี “ยานวัตกรรม” (ในทางปฎิบัติ ไม่ใช่นวัตกรรม เพราะยังคงเป็นยาเลียนแบบ เพียงแต่มีการสร้างเกณฑ์บางอย่าง เช่น ต้องมีการทำ Bioequivalence) 
  • ยังคงให้สิทธิพิเศษแก่องค์การเภสัชกรรมโดยอ้างความมั่นคงทางยา อาจมีการยืดหยุ่นบ้างหากมียาที่องค์การเภสัชกรรมไม่ได้ผลิตเอง

ผลกระทบคือ

  • จะมียาในประเทศส่วนหนึ่งเลิกผลิตหลังจากทราบราคากลางและพบว่าไม่สามารถทำกำไรได้ 
  • จะเป็นโอกาสทองสำหรับบริษัทยานำเข้า ที่นำยาราคาถูกจาก จีน อินเดีย เกาหลี มาร่วมแข่งประมูล 
  • บริษัทยาจะพยายามเสนอยาเข้าสู่บัญชีนวัตกรรมมากขึ้นเพื่อให้ได้สิทธิพิเศษในการจัดซื้อจัดจ้าง 
  • บริษัทยาข้ามชาติสูญเสียยอดขาย โดยเฉพาะยากลุ่ม Multi-source หรือ มีผู้ผลิตแล้วหลายราย  จะมีการปรับลดขนาดองค์กร เช่น ลดพนักงานขายอีกหลายครั้ง 
  • กรณีสิทธิพิเศษขององค์การเภสัชกรรม จะกลายเป็นข้อจำกัดของการแข่งขันอย่างเสรีของอุตสาหกรรมยาไทย ทำให้ไม่สามารถไปแข่งในระดับนานาชาติได้เพราะ economy of scale เล็ก
  • ประเด็นสำคัญคือ : 
    • อย.สามารถเก็บค่าธรรมเนียมในการขึ้นทะเบียนยาได้มากขึ้น เพื่อมาปรับบริการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ให้ทะเบียนยาได้เร็วขึ้น 
    • ตอนขอทะเบียนยา มีการระบุให้บริษัทยาข้ามชาติต้องระบุว่ายาที่ขึ้นทะเบียนนั้นมีสิทธิบัตรคุ้มครองหรือไม่
    • กำหนดให้ต้องต่อทะเบียนยาทุก 5 ปี 

ผลกระทบคือ

  • บริษัทยามีค่าใช้จ่ายในการขึ้นทะเบียนยาเพิ่มมากขึ้น (จากหลักพันเป็นหลักหลายหมื่นต่อทะเบียน) ทำให้บริษัทยาจะไม่ขึ้นทะเบียนยาพร่ำเพรื่อตั้งไว้ก่อนโดยไม่ผลิต 
  • เรื่องให้แจ้งสิทธิบัตร จะทำให้บริษัทยาในประเทศทราบถึงเวลาที่ยาหมดสิทธิบัตรและสามารถผลิตขายได้เมื่อถึงเวลา 
  • ประชาชนไทยอาจมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้มีโอกาสใช้ยาใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง หากบริษัทแม่มองว่าเป็นความเสี่ยง ไม่คุ้มค่าดำเนินการ ก็อาจตัดสินใจไม่วางตลาดยาตัวนั้นๆ 
  • เนื่องจากยาทุกตัวต้องต่ออายุทุก 5 ปี ทำให้เป็นภาระบริษัทยาต้องวางแผนการผลิตให้ดีระหว่างรอทะเบียนใหม่ในช่วงต่ออายุ
  • กฎกระทรวง GPP (Good Pharmacy Practice) ดำเนินการตามบันได 3 ขั้น ตั้งแต่ปี 2561 – 2565 
  • มาตรการให้แยกจดทะเบียนระหว่างร้านขายปลีกและขายส่ง
  • กรมสรรพากรพยายามให้ร้านยาจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล 

ผลกระทบคือ

  • GPP ส่งผลกระทบโดยตรงต่อร้านขายยาเล็กๆ โดยพบว่าร้านยาจำนวนหนึ่งประกาศปิดร้าน/เซ้งร้าน เพราะมีกติกามากมายที่ต้องปรับปรุงร้านย ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วไม่คุ้มต่อการดำเนินการ 
  • โจทย์ GPP สำหรับผู้ประกอบการร้านยาต่อไปคือ ภายในปี 2565 จะต้องมีเภสัชกรตลอดเวลาทำการ
  • กรรมการสภาเภสัชกรรมชุดใหม่ ส่วนใหญ่มีหัวคิดก้าวหน้า น่าจะเข้มงวดในเรื่องเภสัชกรผู้มีหน้าที่ที่ไม่อยู่ประจำร้านขายยาจริง (แขวนป้าย)
  • ต้องติดตามมาตรการของกรมสรรพากรในเดือนมีนาคม 2565 กรณีร้านยาที่ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล 
  • หากมาตรการ GPP สำเร็จครบถ้วนในปี 2565 จะส่งผลให้ระบบบัญชียาโปร่งใส ลดยา cross channel ระบบ stock ยาจะเป็นไปตามจริง

แล้วในมุมท่านนักอ่านในวงการยาหละครับ ยังมีประเด็นปัจจัยใดที่คิดว่าจะส่งผลกระทบอีกบ้าง … เรามาแลกเปลี่ยนกันนะครับ

เภสัชกรวิรุณ เวชศิริ

Content Marketing กับงานเภสัชกรรม

เภสัชกรวิรุณ เวชศิริ

หัวข้อ

  • ทำความรู้จักกับ content marketing
  • รู้จัก content รู้จักผู้บริโภค
  • การจัดการและดำเนินงาน content marketing
  • ช่องทางของ content marketing

Continue reading

“หวานเป็นลม ขมเป็นยา” ภาพสะท้อนธุรกิจเวชภัณฑ์ไทย

ชวนคิด

  • ตลาดยาในประเทศไทยที่มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 5-6 ต่อปี และมีมูลค่าการตลาดรวมกว่า 1.8 แสนล้านบาท
  • ประชากรผู้สูงอายุในประเทศไทยซึ่งคาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นไปสู่ระดับ 10.3 ล้านคน ในปี 2562 ก็เป็นปัจจัยเสริมให้มีความต้องการใช้ยาเพิ่มขึ้นด้วย
  • รายจ่ายสวัสดิการผู้สูงอายุซึ่งอยู่ที่ระดับ 2.81 แสนล้านบาทในปี 2559 และจะเพิ่มเป็น 4.64 แสนล้านบาท ในปี 2564
  • ไทยนำเข้าวัตถุดิบยาสัดส่วนสูงประมาณร้อยละ 90 ของปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตยาสำเร็จรูปทั้งหมด โดยประเทศไทยมีการส่งออกยาประมาณร้อยละ 5 ของปริมาณการผลิตยาทั้งหมด ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 95 ที่ผลิตได้ มีไว้เพื่อจำหน่ายในประเทศ
  • ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในช่วงระหว่างปี 2561-2563 จะเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 5.4 โดยค่ารักษาพยาบาลภาคเอกชนจะขยายตัวในอัตราเฉลี่ยร้อยละ 3.3 ต่อปี ขณะที่ค่ารักษาพยาบาลภาครัฐจะขยายตัวในระดับร้อยละ 6 ต่อปี

IMG_4170

Continue reading

ร้านขายยา3.5หมื่นล้านเฟื่อง

ชวนคิด

  • ตลาดยาในร้านขายยามีขนาด 35,000 ล้านบาท โตเฉลี่ยปีละ 10% แบ่งเป็น ร้านขายยาทั่วไป 90% และร้านขายยาที่มีหลายสาขา หรือเชนดรักสโตร์ (chain drug store) 10% ปัจจุบันมีร้านขายยาอยู่ประมาณ 20,000 ร้าน
  • ธุรกิจร้านขายยายังสามารถเติบโตได้อีกมาก เป็นธุรกิจที่กำไรไม่สูงแต่มีความยั่งยืน ร้านยาเดี่ยวและร้านยาเครือข่ายจะมีกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกัน โดยร้านยาเดี่ยวเน้นลงชุมชน ในขณะที่ร้านยาเครือข่ายจะเข้าถึงทำเลการค้าดีๆ ได้มากกว่า  ทั้งนี้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าจากทำเล ความสะดวกและความคุ้นชินกับเภสัชกรเป็นประเด็นสำคัญ
  • จำนวนตัวเลขสมาชิกของร้านเป็นประเด็นสำคัญต่อความยั่งยืนเพราะสะท้อนถึงโอกาสกลับมาซื้อซ้ำ ฟาสซิโนบอกให้ทราบว่าร้านมีสมาชิก 6 แสนรายจากจำนวน 111 ร้าน ซึ่งหมายถึงหนึ่งร้านของฟาสซิโนมีสมาชิก 5 พันคนเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่ไม่น้อยเลย
  • ความครบครันของรายการยาก็มีความจำเป็นเช่นกัน ดั่งในตัวข่าว ผู้บริหารฟาสซิโนกล่าวว่ามีมากถึง 10,000 รายการ ในขณะที่ร้านยาเดี่ยวทั่วไปมักจะมีรายการสินค้าประมาณ 700 – 1,500 รายการเท่านั้น อันนี้หมายถึงถ้าคนไข้เดินเข้ามาที่ร้านแล้วหายาที่นี่ไม่เจอ ก็จะหาที่อื่นไม่เจอแน่นอน  ส่วนร้านยาเดี่ยวถึงแม้จะมีรายการสู้ร้านใหญ่ๆ เช่นนี้ไม่ได้ แต่ก็สามารถสร้างความสัมพันธ์กับยี่ปั๊วหรือผู้จัดจำหน่ายใกล้เคียงได้เพื่อที่จะจัดหายากลับมาให้คนไข้อีกครั้งในเวลาที่รวดเร็ว
  • การหาเภสัชกรให้อยู่ดำเนินการที่ร้านอย่างเพียงพอยังคงเป็นประเด็นสำคัญในการทำธุรกิจร้านยาให้ยั่งยืน แม้แต่ฟาสิโนก็ยังมีข้อเสนอพิเศษเพื่อจูงใจให้เภสัชกรอยู่ร้าน หรือ สามารถซื้อเฟรนไชน์ได้ในราคาพิเศษ

Continue reading

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากงาน 2018 Blackmores Institute Symposium

ขอกล่าวถึงงาน Blackmore Institute Symposium 2018 งานจัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2561 ซึ่งผมเองได้ไปร่วม กล่าวโดยสรุปตั้งแต่สองบรรทัดแรกได้ว่า “ทำได้ดีมากเลยหละครับ” ในส่วนงานวิชาการสำหรับเภสัชกร

ในส่วนของ evidence ของงานวิจัยที่กล่าวถึงในงานก็เรื่องหนึ่ง แต่ที่ผมสนใจมากๆ คือ รูปแบบการจัดงานครับ ผมว่าวิธีการสร้างกระบวนการ Educational Marketing นี่ น่าสนใจมาก สามารถเอามาใช้เป็น case study สำหรับงานประชุมวิชาการทางเภสัชกรรมอีกหลายๆ เรื่องได้เลย

Continue reading

Blackmores institute: Complementary medicine in Women’s health

พญ.ธิศรา วีรสมัย (สูตินารีแพทย์, anti-aging)

ความเสื่อมของ cell เริ่มก่อนวัยทอง ผู้หญิงเอเชีย เริ่มวัยทอง 48-52 Continue reading

Blackmores institute : Aging

งานประชุม complementary medicine : research & application.

  • Blackmores institute : CME & Update รายเดือน ย่อยข่าวสารเกี่ยวกับ complementary medicine

สังคมสูงอายุ

Dr.Lesley : Compelmentary medicine and aging Continue reading

Nano MBA#9 : การพูดสะกดใจคนฟัง – ครูเงาะ

เรียน กับครูเงาะ :การพูดสะกดใจคนฟัง

cof

เริ่มที่ใจของตัวเอง

1) ให้เมตตาและมองเห็นค่าตนเอง

  • ไม่เอาจิตไปผูกกับของเก่า
  • การล้างบาปในศาสนาต่างๆ
  • อย่ามองคนแค่เปลือก แค่เพียงสิ่งดีจากการกระทำที่ไม่ดี
  • การทำผิด ต้องล้าง
  • การทำ

Continue reading

Nano MBA#9 : การบริหารร้านยาฟาสซิโน

วันนี้ผมเองได้มีโอกาสเข้าไปร่วมนั่งเรียนในหลักสูตรวันแรกของการสร้างผู้ประกอบการร้านยา Nano MBA#9 ที่จัดโดยสมาคมร้านขายยา ที่โรงแรมทวินทาวเวอร์ กรุงเทพครับ ซึ่งโดยปกติแล้ว สมาคมร้านขายยาก็ได้จัดงานให้ความรู้ในลักษณะนี้ทุกปี ซึ่งปีนี้ก็เป็นรุ่นที่ 9 แล้ว รุ่นนี้พี่น้องร้านขายยาตอบรับเข้าร่วมงานมาเยอะมากจริงๆ

หนึ่งใน section ที่น่าสนใจของวันนี้ คือ เรื่องการบริหารร้านยา Fascino ที่เภสัชกรไชยเสน พิศาลวาเลิศ พร้อมด้วยลูกสาวผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรง คุณ ญาณิน พิศาลวาเลิศ ได้ขึ้นมาเล่าประมวลสิ่งที่เกิดขึ้นกับ fascino ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาให้ผู้ประกอบการร้านยารุ่นใหม่ฟังในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง ผู้เข้าฟังได้รับพลังและความรู้ติดตัวเพื่อปรับและเดินตามไปไม่น้อยเหมือนกัน

Continue reading

วงการ Digital Health ของสิงคโปร์

ใน พ.ศ.นี้ ทุกท่านทราบดีว่ากำลังทำงานอยู่ในยุค 4.0 ซึ่งทุกคนต่างก็ต้องขยับตัวเพื่อให้ทำงานในยุค digital ได้

ทุกวงการต่างขยับตัว ทั้งธุรกิจรายใหญ่ในทุกอุตสาหกรรม หรือแม้แต่ พ่อค้าแม่ขายตลาดนัด ก็ปรับตัวเองมาเรียนรู้การขายออนไลน์ เปลี่ยนภาพการซื้อขายที่ต่างไปจากเมื่อ 2-3 ปีก่อนอย่างสิ้นเชิง

พฤติกรรมของคนไทยเปลี่ยนไป มีการใช้เครื่องมือทาง digital มากขึ้น และแน่นอน วงการสุขภาพก็มีการสร้างนวัตกรรมเรื่องนี้ไม่น้อยเช่นกัน ทั้งในระดับโลก ในระดับภูมิภาค และในประเทศไทย

สำหรับประเทศไทยเองนั้น ผมได้เคยทำการรวบรวมบริษัทในไทยที่ทำ digital health หรือ Health tech startup ไว้ตาม link นี้ครับ https://mktpharma.wordpress.com/startup/

Continue reading

Location Strategy : กลยุทธเลือกทำเลสำหรับงานบริการเภสัชกรรม

ถึงแม้ว่าคณะเภสัชศาสตร์ส่วนใหญ่จะสอนหลักการบริบาลทางเภสัชกรรมเพื่อให้บรรดาพี่น้องเภสัชกรได้ออกไปเปิดร้านยาเพื่อบริการประชาชน แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่า ความรู้ในด้านการบริลายที่ได้เรียนมาจากห้องเรียนกลับไม่ได้เป็นเพียงปัจจัยเดียวที่ช่วยให้การดำเนินกิจการร้านยาประสบความสำเร็จ ทั้งการเข้าถึงประชาชน ผลสัมฤทธิ์ในการให้บริการด้านยา หรือแม้กระทั่งผลสัมฤทธิ์เชิงธุรกิจ ซึ่งในหลายๆ ปัจจัย มีเรื่องหนึ่งที่สำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่รู้ไม่ได้ นั่นคือ ความรู้ในการเลือกทำเลสำหรับการเปิดร้านยา ซึ่งเปรียบเสมือนกับการกลัดกระดุมเม็ดแรก ที่หากติดไม่ดี ก็พลอยมีผลให้ต้องตามแก้การกลัดกระดุมเม็ดอื่นๆ ตามไปด้วยในอนาคต

nesa-by-makers-764699-unsplash.jpg Continue reading

เขียนแผนการตลาดของผลิตภัณฑ์/บริการทางสุขภาพให้เสร็จใน 7 สัปดาห์

ถึงแม้ว่าเราจะมีตัวยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพชั้นเยี่ยม ฝ่ายขายก็เปี่ยมด้วยความรู้เชิงเทคนิก ทั้งยังมีประสบการณ์เชิงลึกกับตลาดหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพมาอย่างยาวนาน แต่ถ้าอยากให้ยาหรือผลิตภัณฑ์ที่เราเองรับผิดชอบมีการเติบโตในทิศทางที่ถูกต้อง เราก็จำเป็นต้องทำการตลาดอย่างจริงจังและอย่างรู้จริง ซึ่งขึ้นแรกสุดสำหรับการทำตลาดที่เยี่ยมยุทธ คือ การวางแผนการตลาด

rawpixel-983726-unsplash.jpg

Continue reading

โปรแกรมบริหารร้านขายยา – Arincare

ARINCARE_-_PAT_key

Arincare ดำเนินการมากว่า 3 ปีแล้ว โดยเริ่มจากพัฒนาระบบโปรแกรมร้านยา และใน 3 ปีที่ผ่านมานั้น Arincare เป็นมากไปกว่าโปรแกรมร้านยา ซึ่งทั้งหมดได้มาจากการพัฒนาโปรแกรมขึ้นจากความต้องการผู้ใช้งาน ซึ่งเกิดจากที่ทีมงานการเข้าไปเยี่ยมชมร้านยาหลายร้อยร้านทั่วประเทศ Continue reading

Update Thai Herbal 2018

ในปัจจุบัน มีโรงงานผู้ผลิตยาสมุนไพร 840 โรง มีโรงงานใหญ่ๆ 50 โรง. กลางๆ 120 โรง ที่เหลือเป็นขนาดเล็ก ประมาณ 700 โรง

สมุนไพรได้รับการสนับสนุนจากทางรัฐบาล ผ่าน ร่าง พรบ.สมุนไพร ซึ่งค้างอยู่ใน กฤษฎีกามาแล้ว 8-9 เดือน ไม่แน่ใจว่าจะผ่านทันรัฐบาลชุดนี้หรือไม่

ได้เห็นว่า แต่ละประเทศ มีการแยกกฎหมายกันระหว่างยาแผนปัจจุบันกับแผนโบราณ

ตลาดสมุนไพร

แนวโน้มตลาดโลกยังเป็นแนวโน้มสุขภาพ

หลักๆ มาจากเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพของสังคมสูงวัย ส่วนใหญ่เริ่มต้นสนใจใช้ที่อายุ 35 up สื่อ digital marketing ได้ทำให้เกิดการเข้าถึงข้อมูลการซื้อขาย ทำได้ง่ายมากขึ้น ทั้งไทยเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะ เช่น นักท่องเที่ยวจีน.

ตลาดยาสมุนไพรของไทยเอง อยู่ที่ 10,000 ล้านบาท ซึ่งตำ่กว่ายาแผนปัจจุบันเยอะ เครื่องสำอาง 2 แสนล้าน อาหารเสริม 3 แสนล้าน ตลาดยา 1 แสนกว่าล้านบาท

ตอนนี้คนจีนเองก็เปลี่ยนวิธีการเที่ยว ซึ่งสะท้อนกับประเทศอื่นๆ ด้วย คือ คนเที่ยวเองมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ตะขาบ 5 ตัว ขายตลาดท่องเที่ยวราว 40% โดยจะขายดีกับตลาดที่รถทัวร์ลง ซึ่งตอนนี้ตลาดรถทัวร์ลงเริ่มลดลง แต่ไปโผล่ที่ร้านขายยาหรือร้านยาเชนในเขตท่องเที่ยว ตลาดจะเน้น กทม. ปริมนฑล สามพราน พัทยา

ผลิตภัณฑ์ที่นักท่องเที่ยวจีนชอบคือ ผลิตภัณฑ์เสริมความงาน เวชสำอาง. ยาหม่องนวด หมอนยางพารา ผลิตภัณฑ์รังนก ขนมขบเคี้ยว

การขายกับต่างประเทศ พบว่า … การขึ้นทะเบียนยาในต่างประเทศ ขึ้นทะเบียนยายากมาก พบว่า ประเทศจีนเป็นประเทศที่กีดกันทางการค้ามาก แม้แต่เซียงเพียวอิ้ว หรือ แผ่นแปะตราเสือ (ของสิงคโปร์) ก็ขึ้นทะเบียนได้ยากในจีนเพราะการกีดกัน ดังนั้นนักท่องเที่ยวจึงมาซื้อที่บ้านเรากับสินค้าพวกนี้

การทำเอกสารในการขึ้นทะเบียนต่างประเทศทำได้ยาก ดังนั้น โอกาสจึงยังอยู่ในต่างประเทศ ดังนั้น ถ้าจะรุกต่างประเทศจะต้องขายตลาดไทยให้ได้ก่อน

นักท่องเที่ยวจนลงเยอะ เช่น กทม. (เยาวราช เอเชียทีค). ภูเก็ต เชียงใหม่ สมุย อัมพวา กาญจนบุรี

กลุ่มผู้ผลิตยาสมุนไพร ในปัจจุบันเป็น generation 3 ส่วนใหญ่ เป็นตำรับส่วนตัว แต่ละเจ้าจะขายเอกลักษณ์ของตัวเอง จะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน

สำหรับตลาดส่งออก ..

ญี่ปุ่นจะมีคัมโปเมดิซีน ….

จีนเป็นเจ้าตลาดสมุนไพร ฮ่องกง เวียดนาม

รายการยาสมุนไพรที่คนรู้จัก ….
ในการขายยา โดย perception ของคน คำถามคือ จากรายการนี้ ร้านยามีครบทุกรายการหรือไม่ ใช้ยี่ห้ออะไรก็ได้ เพราะแต่ละ brand จะเน้นขายเอกลักษณ์

แผนแม่บทสมุนไพรแห่งชาติ จะควบรวมหลายๆ กระทรวงมาคุยร่วมกัน ซึ่งจะมี 4 ยุทธศาสตร์

ยุทธศาสตร์การทำเมืองสมุนไพร มีจังหวัดร่วมตามภาพ เป็น Herbal City 13 จังหวัด อนาคตจะมีการขยายเพิ่ม

เรื่องของ Product Champion มี 4 สมุนไพร คือ

มีการคุยกันว่ามีสมุนไพรตัวไหนที่ใช้มากที่สุดใน 3 อุตสาหกรรม และพบว่าเป็น 4 รายการนี้ อนาคตจะมีการขยายเพิ่มขึ้น

อนาคตภาครัฐจะจัดหน่วยงานส่งเสริมเพิ่ม คือ กองส่งเสริมนวัตกรรม

ความท้าทายของ GPP ของเภสัชกรรมชุมชน

บนเวปไซต์ของ สภช. มีรายละเอียดเยอะ แนะนำให้ไปดูรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น เรื่อง กฎหมายและข้อบังคับของร้านยา มีแบบประเมินตนเอง GPP และคู่มือ GPP

ภาพรวมการเกิด GPP

เกิดจาก พรบ. — กฎกระทรวง — ประกาศ (ซึ่งแก้ได้ตามสถานการณ์ได้ง่ายขึ้น)

ซึ่ง GPP อยู่ภายใต้ประกาศ กสธ.

อยากให้ร้านยาสะท้อนเรื่องข้อเสนอแนะ เพื่อการปรับเปลี่ยนรายละเอียดใน GPP ได้

ที่มาของ GPP มาจาก พรบ.ยา

คนขอ ไม่ต้องเป็นเภสัชกร แต่ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการต้องเป็นเภสัชกร

ส่วนในกฎกระทรวง เขียนไว้ข้อ 6 แล้วรายละเอียดให้ไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาอีกที

Overview Independent Pharmacy trends for Thailand 2018

ในปัจจุบัน ประชากรมากกว่าครึ่งหนึ่งทั่วโลกเข้าถึง internet ทำให้คนเข้าถึงการแพทย์ การรักษา คนอายุสูงขึ้น ประเทศเข้าสู่ทิศทางของสังคมสูงอายุ Continue reading

Big Data Strategy …

Big Data Strategy: From Concept to Applications”

โดย ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์

Founder and CEO at Siametrics Consulting & Analytics Advisor at True Digital Media & Platform

3 คำ …

Concept จะทำอย่างไรกับ data

Application … ดูกว้าง

กลยุทธ์ …

โลกทุกวันนี้ที่เราอยู่ ต่างจากเดิมมาก 7 บริษัทที่ทุกคนคุ้นหู มูลค่าการตลาดเกิน GDP ไทยไป 11 เท่า

เหตุเพราะพวกนี้เป็น early adopter ของทุกอย่างที่เรากำลังเพิ่งมองเห็น เพราะเค้านำเรื่อง Big data มาใช้ได้อย่างชาญฉลาดก่อนใคร

ดังนั้น เราต้องมองให้ออกก่อนว่าจะเอา data มาใช้ทำอะไร ไม่ใช่แค่ visualization

พัฒนาการของ AI

AI เล่นหมากรุกชนะคน หมากล้อมชนะคน และเดาใจคนเราได้

ถึขนาดที่มีเทคโนโลยีขยับปากด้วยการใช้ AI ได้

มีการ survey คิดว่า 72% คิดว่า AI & Big data จะมาใน 5 ปี แต่ 77% ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะทำอะไรกับมันได้ยังไง

ทำไมถึงต้องมี Strategy

  1. AI ไม่มี data ไม่ได้ … คนหลายคนมองไม่ออกว่า AI & Big data เกี่ยวกันอย่างไร เริ่มต้นต้องมีข้อมูลก่อน ถ้าไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมี data ที่ clean และเยอะพอ

ตอนเริ่มต้นต้องพัฒนาสมองก่อน เมื่อ model พัฒนาแล้ว ค่อยเอาไปดู data point ที่แยกออกมานั้น สามารถทายหรือใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ ถ้ายังไม่ได้ ก็เอาไปเรียนรู้ใหม่

ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเข้าใจ concept

การนำไปใช้ประโยชน์ : Deep map แผนที่ประเทศไทยที่มีข้อมูลที่ลึกที่สุดเท่าที่จะเยอะได้

เหตุผลที่ 2 ที่ควรจะมีกลยุทธ์ คือ เพราะมันซับซ้อน

คนชอบเข้าใจผิดว่า Big data = new oil …. ไม่ผิด แต่ไม่ถูกต้อง 100%

เพราะข้อมูลมันซับซ้อนกว่าน้ำมัน และแต่ละธุรกิจต้องการเทคโนโลยีต่างกัน เก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ อาจจะไม่ work ก็ได้ ดังนั้นต้องย้อนมาดูว่าควรเก็บอะไรบ้าง ทั้งยังไม่มีวิธีการ verify ข้อมูลเวลาเราไปซื้อมาว่าข้อมูลที่ซื้อนั้นถูกต้องรึเปล่า หรือ การทำให้ผิดง่ายกว่าการทำให้ถูกมาก. รวมทั้งความสุ่มเสี่ยงเรื่องกฎหมายและจริยธรรม

ต่างกับน้ำมันแน่นอน … น้ำมันมีวันหมด น้ำมันใช้ได้กับรถบางประเภท น้ำมัน verify ได้ นำ้มันใช้ยังไงรถก็วิ่ง น้ำมันไม่ได้ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของใคร

ดังนั้นต้องวางแผนตั้งแต่ต้น ว่าควรจะจ้างใครมาดู

แนะนำว่า อย่ากังวล เริ่มต้นดีกว่าไม่เริ่มอะไรเลย ให้เริ่มจากอะไรง่ายๆ ที่ตอบโจทย์ธุรกิจ ควรจะเริ่มจากการสร้าง success factor ตั้งแต่ตอนนี้ มี 4 ประการ

  • Align vision

สิ่งที่ยากที่สุด คือ การ deal เกี่ยวกับ คน หรือ politic ภายในองค์กร เพราะ Data Science ต้องการประสานงานกับคนเยอะหลายส่วน และทำให้ยิ่งปัญหาเยอะ ทั้งในองค์กร ลูกค้า regulators … หลายครั้งกฎหมายยังตามไม่ทันเทคโนโลยี