Nano MBA#9 : การพูดสะกดใจคนฟัง – ครูเงาะ

เรียน กับครูเงาะ :การพูดสะกดใจคนฟัง

cof

เริ่มที่ใจของตัวเอง

1) ให้เมตตาและมองเห็นค่าตนเอง

  • ไม่เอาจิตไปผูกกับของเก่า
  • การล้างบาปในศาสนาต่างๆ
  • อย่ามองคนแค่เปลือก แค่เพียงสิ่งดีจากการกระทำที่ไม่ดี
  • การทำผิด ต้องล้าง
  • การทำ

Continue reading

Advertisements

Nano MBA#9 : การบริหารร้านยาฟาสซิโน

วันนี้ผมเองได้มีโอกาสเข้าไปร่วมนั่งเรียนในหลักสูตรวันแรกของการสร้างผู้ประกอบการร้านยา Nano MBA#9 ที่จัดโดยสมาคมร้านขายยา ที่โรงแรมทวินทาวเวอร์ กรุงเทพครับ ซึ่งโดยปกติแล้ว สมาคมร้านขายยาก็ได้จัดงานให้ความรู้ในลักษณะนี้ทุกปี ซึ่งปีนี้ก็เป็นรุ่นที่ 9 แล้ว รุ่นนี้พี่น้องร้านขายยาตอบรับเข้าร่วมงานมาเยอะมากจริงๆ

หนึ่งใน section ที่น่าสนใจของวันนี้ คือ เรื่องการบริหารร้านยา Fascino ที่เภสัชกรไชยเสน พิศาลวาเลิศ พร้อมด้วยลูกสาวผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรง คุณ ญาณิน พิศาลวาเลิศ ได้ขึ้นมาเล่าประมวลสิ่งที่เกิดขึ้นกับ fascino ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาให้ผู้ประกอบการร้านยารุ่นใหม่ฟังในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง ผู้เข้าฟังได้รับพลังและความรู้ติดตัวเพื่อปรับและเดินตามไปไม่น้อยเหมือนกัน

Continue reading

วงการ Digital Health ของสิงคโปร์

ใน พ.ศ.นี้ ทุกท่านทราบดีว่ากำลังทำงานอยู่ในยุค 4.0 ซึ่งทุกคนต่างก็ต้องขยับตัวเพื่อให้ทำงานในยุค digital ได้

ทุกวงการต่างขยับตัว ทั้งธุรกิจรายใหญ่ในทุกอุตสาหกรรม หรือแม้แต่ พ่อค้าแม่ขายตลาดนัด ก็ปรับตัวเองมาเรียนรู้การขายออนไลน์ เปลี่ยนภาพการซื้อขายที่ต่างไปจากเมื่อ 2-3 ปีก่อนอย่างสิ้นเชิง

พฤติกรรมของคนไทยเปลี่ยนไป มีการใช้เครื่องมือทาง digital มากขึ้น และแน่นอน วงการสุขภาพก็มีการสร้างนวัตกรรมเรื่องนี้ไม่น้อยเช่นกัน ทั้งในระดับโลก ในระดับภูมิภาค และในประเทศไทย

สำหรับประเทศไทยเองนั้น ผมได้เคยทำการรวบรวมบริษัทในไทยที่ทำ digital health หรือ Health tech startup ไว้ตาม link นี้ครับ https://mktpharma.wordpress.com/startup/

Continue reading

Location Strategy : กลยุทธเลือกทำเลสำหรับงานบริการเภสัชกรรม

ถึงแม้ว่าคณะเภสัชศาสตร์ส่วนใหญ่จะสอนหลักการบริบาลทางเภสัชกรรมเพื่อให้บรรดาพี่น้องเภสัชกรได้ออกไปเปิดร้านยาเพื่อบริการประชาชน แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่า ความรู้ในด้านการบริลายที่ได้เรียนมาจากห้องเรียนกลับไม่ได้เป็นเพียงปัจจัยเดียวที่ช่วยให้การดำเนินกิจการร้านยาประสบความสำเร็จ ทั้งการเข้าถึงประชาชน ผลสัมฤทธิ์ในการให้บริการด้านยา หรือแม้กระทั่งผลสัมฤทธิ์เชิงธุรกิจ ซึ่งในหลายๆ ปัจจัย มีเรื่องหนึ่งที่สำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่รู้ไม่ได้ นั่นคือ ความรู้ในการเลือกทำเลสำหรับการเปิดร้านยา ซึ่งเปรียบเสมือนกับการกลัดกระดุมเม็ดแรก ที่หากติดไม่ดี ก็พลอยมีผลให้ต้องตามแก้การกลัดกระดุมเม็ดอื่นๆ ตามไปด้วยในอนาคต

nesa-by-makers-764699-unsplash.jpg Continue reading

เขียนแผนการตลาดของผลิตภัณฑ์/บริการทางสุขภาพให้เสร็จใน 7 สัปดาห์

ถึงแม้ว่าเราจะมีตัวยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพชั้นเยี่ยม ฝ่ายขายก็เปี่ยมด้วยความรู้เชิงเทคนิก ทั้งยังมีประสบการณ์เชิงลึกกับตลาดหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพมาอย่างยาวนาน แต่ถ้าอยากให้ยาหรือผลิตภัณฑ์ที่เราเองรับผิดชอบมีการเติบโตในทิศทางที่ถูกต้อง เราก็จำเป็นต้องทำการตลาดอย่างจริงจังและอย่างรู้จริง ซึ่งขึ้นแรกสุดสำหรับการทำตลาดที่เยี่ยมยุทธ คือ การวางแผนการตลาด

rawpixel-983726-unsplash.jpg

Continue reading

Content Marketing กับงานเภสัชกรรม

หัวข้อ

  • ทำความรู้จักกับ content marketing
  • รู้จัก content รู้จักผู้บริโภค
  • การจัดการและดำเนินงาน content marketing
  • ช่องทางของ content marketing

Continue reading

โปรแกรมบริหารร้านขายยา – Arincare

ARINCARE_-_PAT_key

Arincare ดำเนินการมากว่า 3 ปีแล้ว โดยเริ่มจากพัฒนาระบบโปรแกรมร้านยา และใน 3 ปีที่ผ่านมานั้น Arincare เป็นมากไปกว่าโปรแกรมร้านยา ซึ่งทั้งหมดได้มาจากการพัฒนาโปรแกรมขึ้นจากความต้องการผู้ใช้งาน ซึ่งเกิดจากที่ทีมงานการเข้าไปเยี่ยมชมร้านยาหลายร้อยร้านทั่วประเทศ Continue reading

10 ยาแผนปัจจุบันที่ยอดขายสูงที่สุดในโลก ปี 2018

เราลองมาดูกันหน่อยซิ ว่าใน 10 ตัวนั้น เรารู้จักกันบ้างรึเปล่า เราจะหาวิธีการแนะนำให้ผู้ป่วยทราบถึงการรักษาที่เหมาะสมที่สุดได้อย่างไร  ถ้าคนไข้ใช้อยู่แล้ว ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย จึงเป็นความจำเป็นที่จะต้องรู้จักยาให้ครบทุกแง่มุมที่สุด  Continue reading

พื้นฐานการตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) ตอนที่ 1

ความรู้พื้นฐานของการตลาดดิจิทัล

business-close-up-commerce-266176.jpg

เข้าใจหลักการ Marketing Funning

AIDAR

20180815_learn1.png

A= Awareness   แปลว่าการสร้างการรับรู้ ซึ่งหมายถึง การสร้าง Brand การสร้าง identity (ลักษณะเฉพาะ)  ทำให้คนรู้จัก เช่น การใช้เครื่องมือทาง Social media

I = Interest การมี Content Strategy หรือ หลักการสร้างเนื้อหาเพื่อให้คนสนใจใน Brand หรือ สินค้า/บริการของเรา

D = Desire หมายถึงการเปลี่ยนจากแค่ชอบให้กลายเป็นต้องการ (Like to Want) หมายถึง ต้องสร้างการเชื่อมต่อทางอารมณ์กับกลุ่มเป้าหมายให้ได้ กลายเป็นผู้ติดตามที่มีความจงรักภักดีต่อแบรนด์

A = Action ขั้นตอนการลงมือทำซึ่งแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับระดับขั้นของลูกค้าของเรา อาจหมายถึง การสมัครสมาชิก การสมัครการติดตามช่อง YouTube ของเรา หรือชอบ facebok page ของเรา การสมัครรับอีเมลจากเรา หรือระดับขั้นนึงลูกค้าสนใจที่จะตัดสินใจจ่ายเงินซื้อสินค้าหรือบริการของเรา

R = Retention หรือ การคงไว้ซึ่งความเป็นลูกค้า ซึ่งก็พบว่าค่าใช้จ่ายในการคงลูกค้าเก่าให้กลับมาซื้อมีราคาถูกมากกว่าการหาลูกค้าใหม่ ลูกค้าที่เคยซื้อสินค้าไปแล้วมีแนวโน้มที่จะซื้อซ้ำอีกครั้ง เราจะสร้างความสัมพันธ์ต่อเนื่องเหล่านี้ได้อย่างไร อย่างเช่นการใช้แคมเปญทางอีเมล์ที่คอยส่งข้อมูลให้กับลูกค้าของเราอย่างต่อเนื่อง หรือ การสร้างเนื้อหาที่มีความเฉพาะทำให้เค้าต้องติดตามเรา การสร้างซีรีส์ทาง YouTubeให้ลูกค้าติดตามเราอยู่ตลอดเป็นต้น

เราอาจแบ่งการตลาดดิจิตอลออกเป็น 2 แบบ คือ 

  • การตลาดเชิงสร้างเนื้อหา (Content marketing) ยกตัวอย่างเช่น การเขียนบล็อก การเขียนบทความ การสร้างสื่อผ่าน YouTube การสร้าง Podcast  คือหมายถึงการสร้างเนื้อหาเพื่อให้บริการแกกลุ่มเป้าหมายของเรา
  • การตลาดแบบจ่ายเงิน (Paid marketing) ยกตัวอย่างเช่นการใช้สื่อโฆษณาแบบดั้งเดิม เช่น Google ads, Facebook ads ที่ช่วยนำคนไปสู่หน้าสินค้าหรือบริการของเรา อาจจะแค่นำไปสู่หน้า Landing page หรือเนื้อหาที่อยากให้ลูกค้าของเราเห็น หรือแม้แต่หน้า Social media ของเราเอง  มันยังหมายถึงการใช้เงินซื้อโฆษณาเพื่อโปรโมทโพสหรือวิดีโอเพื่อให้คนมีโอกาสเห็นได้มากขึ้น

ตอนนี้เราได้เห็นแล้วว่า Marketing funnelคืออะไร และสามารถดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งออกเป็นอะไรได้บ้าง ขั้นตอนต่อไปคือ

การเพิ่มจำนวนลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมาย (audience) ทำได้โดย

20180815_learn2.png

  1. การสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ (Identity) ขั้นแรกเลยคือการสร้างเว็บไซต์ เว็บไซต์ถึงบ้านของเรา คือที่ตั้งของเรา เป็นที่ที่ใช้ในการควบคุมเนื้อหา เป็นที่ที่เราสามารถใช้ในการขายสินค้าหรือบริการได้ เป็นที่ที่เราสร้างเนื้อหาเพื่อให้คนเข้ามาติดตามเราได้ ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องมีเว็บไซต์ นอกจากนั้นแล้ว identity ของเรายังรวมไปถึงโซเชียลมีเดียอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น Facebook Twitter Instagram หรือ อื่นๆ ซึ่งเป็นที่ที่ผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าเป้าหมายของเราจะอยู่ตรงนั้น และใช้เวลาส่วนใหญ่ของเค้าอยู่ตรงนั้น ซึ่งจะเป็นจุดที่เราดึงดูดให้เขาเข้ามาสู่ธุรกิจของเรา มีคนแนะนำว่าเราจะโตได้เร็วกว่าถ้าโฟกัสที่ทีละแพลตฟอร์ม แต่ด้วยเครื่องมือยุคใหม่มันสามารถทำให้เราโพสได้ในครั้งเดียวหลายแพลตฟอร์ม เช่นการใช้ Buffer & Hootsuite
  2. เราจะสร้างคอนเทนต์เรื่องอะไร วิธีการที่ดีที่สุดที่จะรู้ว่าจะสร้างคอนเทนต์เรื่องอะไรคือการสังเกตุกลุ่มเป้าหมายของเรา เค้ามีปัญหาอะไร และเรื่องที่เราจะเขียนควรเป็นเรื่องที่สามารถแก้ไขปัญหาให้แก่กลุ่มเป้าหมายของเราได้ ดังนั้นเราจำเป็นต้องรู้กลุ่มเป้าหมายของเราให้ชัด  โดยคอนเทนต์นั้นจะต้องมีความคงเส้นคงวา หรือ consistency เป็นกฎอันดับ 1ในการสร้างคอนเทนต์ ยกตัวอย่างเช่น ในการโพสต์อย่างต่อเนื่องเป็นกิจวัตร ซึ่งยังไม่มีคำแนะนำที่ชี้ชัดว่าควรบ่อยเท่าไหร่  อาจเป็นสัปดาห์ละครั้ง สัปดาห์ละสองครั้ง หรือวันละครั้ง แต่การรักษาระดับการโพสจะช่วยให้เป็นไปได้การตามความความหมายของกลุ่มเป้าหมายของเรา แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีความสมดุลย์กันระหว่างปริมาณและคุณภาพ  ข้อแนะนำอยากให้ไปลองทำก็คือ ทดลองโพสต์พอดแคสสัปดาห์ละครั้งอย่างน้อย 1 ปี ทดลองสร้าง YouTube ซีรีส์สัปดาห์ละครั้ง  เขียนบทความสัปดาห์ละ 1 บทความ และอย่าหยุด ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาหน่อยในการสร้างความสำเร็จของคุณเอง
  3. เรียนรู้วิธีการดึงดูดกลุ่มเป้าหมายของเรา เป็นการพยายามที่จะดึงกลุ่มเป้าหมายจากโลกของเขามาเข้าสู่โลกของเรา ยกตัวอย่างเช่นการเพิ่มจำนวนลิสอีเมลของลูกค้าที่เรามี โดยอาจเกิดจากการสร้างเนื้อหาบนเว็บไซต์ วิดีโอ พอดแคส บทความบนบล็อก สื่อโซเชียลมีเดีย โยงไปให้ได้สู้แบบฟอร์มบางอย่างให้กลุ่มเป้าหมายของเราได้กรอกข้อมูลให้เรายกตัวอย่างเช่นอีเมล์ ซึ่งจะทำให้เราสามารถส่งอีเมล์ที่มีข้อมูลของบริษัทเราให้กับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง (email marketing ยังคงเป็นเครื่องมือทางการตลาดดิจิตอลที่ดีที่สุดในการสร้างยอดขาย) ถึงตอนนี้ เรามีโอกาสที่จะขายสินค้าหรือบริการของเราได้แล้ยว  และเราสามารถแบ่งวิธีการขายต่อจากนี้ออกเป็น 2 แบบคือ
    1. Direct Sale เช่น การขายระบุราคาบนหน้าเวป  การส่ง email เพื่อชวนเชิญให้ซื้อ วีดีโอที่เชิญชวนให้ซื้อ
    2. Soft Sale เช่น การเขียนบทความ หรือ อีเมล์ที่ให้ข้อมูลช่วยให้ลูกค้าแก้ปัญหาของตัวเองได้ แต่ก็ยังมีโอกาสได้ขายของด้วย

การตลาดแบบจ่ายเงิน (Paid Marketing)

  • การทำให้ลูกค้าได้เข้าไปสู่หน้าสินค้าหรือบริการโดยตรง ปัญหาคือ บางครั้งคนไม่ชอบเปิดถ้าลูกค้ายังอยู่ในระดับต้นๆ ที่ยังไม่รู้จักเราดีพอ  โดยทางดที่ดีที่สุดคือ ให้ส่งโฆษณาไปยังลูกค้าที่เราสนิทชิดเชื้อมากๆ แล้ว  เราอาจใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Facebook re-targeting เราสามารถส่ง ads ที่อยู่บนเพจของเราได้ หรือ คนที่เคยคลิ๊ก link ของเรา หรือ คนที่เคยเข้ามากรอกฟอร์มให้เราแต่ยังทำไม่เสร็จ เราก็สามารถเลือกได้
  • ทำให้ลูกค้าได้เข้าไปสู่ Email Funnel หรือ กรวยคัดบีบอีเมล เช่น การสร้าง landing page เพื่อให้เค้าให้ email เรามาก่อน จากนั้นเราคอยส่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ป้อนให้กับเค้าเรื่อยๆ จนนำไปสู่การขายสินค้า/บริการของเราในที่สุด

ย้อนกลับมาที่เป้าหมายของเราคืออะไร เช่น เพื่อสร้าง organic growth หรือ การเติบโตของลูกค้าที่สนใจจริงๆ เข้ามาสู่ Brand เพื่อที่จะทำให้เกิดยอดขายได้จริงๆ  โดยจะใช้เครื่องมือเช่น

  • Content marketing สำหรับเชิญชวนให้คนเข้ามาที่ website หรือ ธุรกิจของเรา
  • Social media เพื่อเปลี่ยนคนที่แค่คอยด้อมๆ มองๆ เรา ให้กลายเป็นแฟนพันธุ์แท้ โดยสร้างความเชื่อใจให้เกิดขึ้น
  • Paid Marketing เพื่อที่จะเพิ่มโอกาสการตลาดและการขาย

#เภสัชกรการตลาด
#ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง

เรียนรู้การใช้ LINE@ ตอนที่ 3 (ส่งข้อความทักทาย)

 

fullsizeoutput_ea2.jpeg

เรียนมาสองตอนแล้ว (ตอนแรกเป็นเรื่องการเปิดบัญชี ตอนที่สองเป็นเรื่องการสร้าง Premium ID) มาตอนนี้ตอนที่สามครับ เป็นตอนที่จะได้เริ่มได้ใช้อะไรจริงๆ กันแล้วสำหรับ LINE@  มาเริ่มเรียนรู้ด้วยกันไปเลยนะครับ กับการส่งข้อความทักทาย … สร้างความประทับใจให้ลูกค้าด้วย Greeting Message Continue reading

รวมทุกข่าวที่เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ยา 25 – 27 ส.ค. 2561

รวมทุกข่าวที่เกิดขึ้นที่เป็นประเด็นร้อน  เรื่อง พ.ร.บ.ยา ระหว่างวันที่ 25 – 27 ส.ค. 2561

ขอเรียบเรียงข่าว พ.ร.บ.ยา ที่กำลังเป็นประเด็นร้อน ซึ่งจากการทบทวนข่าวผ่านหน้าสื่อ พบว่า มีการเริ่มมาให้ข่าวจริงจังสำหรับร่าง พ.ร.บ.ยา ฉบับนี้ตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค. 2561   แต่ประเด็นเริ่มมีการถกร้อนขึ้นเมื่อสภาการพยาบาลได้ออกแถลงการณ์เห็นด้วยต่อร่างฉบับนี้  ซึ่งจะเรียบเรียงตาม timeline ที่เกิดขึ้นดังนี้ Continue reading

เรียนรู้การใช้ LINE@ ตอนที่ 2 (สมัครพรีเมียมไอดี)

ตอนที่สองนี้จะมีความสำคัญถ้าเราๆ เห็นว่าการใช้พรีเมี่ยมไอดีนั้นมีประโยชน์  ซึ่งเค้าให้เหตุผลว่า มันจะเป็นชื่อ ID ที่เราเลือกพิมพ์ได้เอง ทำให้จำได้ง่าย บอกต่อง่าย  แต่สำคัญคือ จะต้องเสียเงินให้ LINE ปีละ 200 บาทเพื่อชื่อ ID นี้  ซึ่งถ้าเราไม่ยอมเสียเงิน ระบบเค้าก็จะ auto generate ID ให้เราอัตโนมัติเป็นตัวอักษรยึกยือที่เราจำไม่ได้หรอก (นี่คือ แผนทดลองให้คุณยอมเสียตังขั้นที่หนึ่งของ LINE … ถ้าเสียตังเป็นแล้ว ขั้นตอนเสียตังอื่นๆ ที่ตามมาก็คงจะไม่ยากแล้วหละ 555)  ใครที่ตัดสินใจยังไม่อยากเสียตังก่อน ก็ข้ามขั้นตอนของบทความนี้ไปก่อนก็ได้นะครับ Continue reading

เรียนรู้การใช้ LINE@ ตอนที่ 1 (เปิดบัญชีไลน์)

ดูเหมือนว่า การใช้เครื่องมือทางด้าน Social media จะมีความจำเป็นอย่างมากกับธุรกิจ ซึ่งไม่ใช่แค่ธุรกิจซื้อมาขายไป ธุรกิจบริการ แต่ยังรวมไปถึงธุรกิจด้านการแพทย์ด้วย โดยเฉพาะฝั่งร้านขายยา แล้วเครื่องมือดิจิทัลชิ้นสำคัญที่แทบทุกคนในประเทศไทยใช้ ก็คือ application ที่ชื่อว่า LINE@ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่เค้าออกแบบมาให้ฝั่งธุรกิจสามารถใช้สื่อสารกับผู้ติดตามผ่าน LINE ได้

ซึ่งจริงๆ LINE@ นี่ ไม่จำเป็นต้องใช้ขายของนะครับ ทำเอาไว้เพื่อใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารกับคนไข้ หรือสมาชิกของเราก็ได้ ใช้เพื่อเป็นช่องทางการให้ข้อมูลเท่านั้นก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น FDA (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา)  หรือแม้แต่สภาเภสัชกรรม หรือ หน่วยงานของรัฐเอง ก็นำ LINE@ มาใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารเหมือนกัน Continue reading

ธุรกิจดาวรุ่ง 2561

ธุรกิจปีที่แล้วปีไก่ผ่านมาแล้วเป็นอย่างไร
ปีนี้ปีจอ จะเป็นจอแท้ หรือ จอเก๊นะ

20180815_learn.pngปีที่ผ่านมา ตัวเลขหลากหลาย บางอุตสาหกรรมดี ไม่เหมือนกัน
ปีไก่ เหมือนไก่จิก เจ็บเป็นจุดๆ
เราได้เห็นหัวหนังสือนิตยสารจำนวนมากพร้อมใจกันปิดไปจำนวนหนึ่ง
สกุลไทย อยู่มา 60 ปี ปิดตัวลง
ขวัญเรือน ดิฉัน
หรือแม้แต่ คู่สร้างคู่สม ที่มียอดขายสูงสุดในไทยก็เลือกที่จะปิดตัวลง Continue reading

Pharmapreneure – ผู้ประกอบการด้านเภสัชกรรม

เมื่อวานนี้ (18 สิงหาคม 2561) ผมเองได้มีโอกาสเข้ามาร่วมกิจกรรมของเภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทยภายใต้พระบรมราชูปถัมภ์ในหัวข้อบรรยายที่มีชื่อว่า “Pharmapreneure เคล็ด (ไม่) ลับ ผู้ประกอบการร้านยา” คำว่า Pharmapreneure อ่านว่า “ฟาร์ม่า-เพรอเนอร์” เป็นคำผสมระหว่างคำว่า “Pharma” ที่แปลว่า “งานเภสัชกรรม” กับคำว่า “Entrepreneure” ที่แปลว่า “ผู้ประกอบการ” เมื่อเรียกผสม ก็แปลได้ว่า “การเป็นผู้ประกอบการทางด้านเภสัชกรรม”

ซึ่งหากท่านๆผู้อ่านอยู่ในแวดวงเภสัชกรรมน่าจะพอทราบดีว่าการทำอาชีพเภสัชกรนั้นจะต้องทำการประสานกันทั้งทางด้านศาสตร์การให้การบริบาลทางเภสัชกรรมที่ดี ซึ่งเป็นงานด้านคลินิก งานด้านการดูแลคนไข้ ต้องมีความรู้ทั้งอาการของโรคและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่จะนำมาใช้รักษา และยังต้องมีความรู้ศาสตร์ด้านอื่นอีกด้วย โดยเฉพาะด้านธุรกิจซึ่งเป็นศาสตร์ที่พูดถึงน้อยมากเมื่อยามอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย Continue reading

BDMS เบนเข็มสู่ตลาดผู้ที่ยังไม่ป่วย

BDMS wellness : บริเวณที่ตั้งเดิมของโรงแรมปาร์คนายเลิศ

  • กลุ่มเป้าหมาย : คนอายุ 40 ปี ขึ้นไปที่มีการศึกษาสูง มีประสบการณ์เดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้ง (มิใช่ตลาดล่างแน่ๆ)

  • บริการ : ตรวจสุขภาพเชิงลึก (Wellness checkup) ตรวจฮอร์โมน สารอาหาร ตรวจพันธุกรรมที่ทำให้สามารถทำนายความเสี่ยงในการเกิดโรคในอนาคตได้ ทั้งยังให้เวลาคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 1 ชัวโมงเต็มๆ (จากที่ปกติคุยกันแค่ไม่กี่นาที)

  • ราคา 70,000 – 80,000 บาทขึ้นไป

พี่ๆ ท่านใดเคยใช้บริการ มาเล่าให้ฟังหน่อยนะครับ

Source : Forbes Thailand August 2018
………………………

ฟากเภสัชกรเอง ก็คงต้องทำการบ้านเรื่องงานส่งเสริมสุขภาพ (Welness) เพิ่มด้วย มากกว่าเพียงเน้นที่การรักษาด้วยยาอย่างเดียวด้วยนะครับ การบ้านเยอะเลยหละ

#BDMS
#WellnessEconomy
#เภสัชกรกลางตลาด

เภสัชกรน้อยหน่า กับ Digital Marketing (ตอนที่ 3)

Content Marketing : Content is a king … ใครๆ ก็ว่าแบบนั้น

น้อยหน่าย้อนกลับมาดูงาน online ที่ทีมการตลาดของ office ทำอยู่ สถานการณ์ปัจจุบันเป็นประมาณนี้ คือ

  • Facebook fan page ของบริษัทโพสต์เรื่องเดิมๆ ซ้ำไปมา วนอยู่แต่เรื่องของบริษัท
  • อีเมล์ที่ส่งให้ลูกค้าเพื่อ update เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัทก็อยู่ในรูปแบบเดิมๆ แพลตฟอร์มเดิม
  • เวปไซต์ก็แทบไม่ได้ปรับอะไรไปมากกว่าเดิม ซึ่งก็ใช้กันมาไม่ต่ำกว่า 5 ปีแล้ว คนเข้ามาเยี่ยมชมถ้าจะนับไปก็ถือว่าน้อยมาก

Continue reading

เภสัชกรน้อยหน่า กับ Digital Marketing (ตอนที่ 2)

Digital Marketing ก็ต้องมีวัตถุประสงค์

น้อยหน่าได้แนวคิดเบื้องต้นจากเพื่อนโป่งกลับไปเมื่อหลายวันก่อน ก็เอาไปทำเป็นการบ้านหลายเรื่อง น้อยหน่าคิดว่ามันก็เด็ดดีนะที่ได้รู้ว่ามันมีเครื่องมือทางดิจิตอลซึ่งจะว่าไปแล้ว เกือบทุกคนที่เค้ารู้จัก (ไม่เว้นแม้แต่แม่ของเขาเอง) ก็ใช้อุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์แบบฉลาดๆ กันหมดแล้ว แต่โจทย์ก็คือ น้อยหน่าก็ยังมองไม่ออกว่าจะนำเครื่องมือสำหรับ Digital Marketing ทั้ง 7 อย่าง ซึ่งไล่ไปตั้งแต่ เวปไซต์, อีเมล์, online-PR, Social Media Marketing, Mobile app marketing, Content Marketing, Viral Marketing มันจะเอาไปทำอะไรได้ยังไงกับโจทย์ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีข้อกฎหมายควบคุมเคร่งครัดเรื่องการขออนุญาต โดยเฉพาะเรื่องยา จริงอยู่ว่า เรื่องที่โป่งเล่าให้ฟังครั้งที่แล้วก็พอมีข้อมูลว่าผลิตภัณฑ์กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจะมีการใช้สื่อ Digital อยู่ในลำดับต้นๆ แต่เค้าก็ยังกังวลอยู่ไม่น้อยถ้าต้องเอามาประยุกต์ใช้กับฟากของผลิตภัณฑ์ยา Continue reading

Startup Unicorn

  • Unicorn คือ ม้ากายสิทธิ์ในตำนาน ทั้งของกรีกและในคัมภีร์ไบเบิ้ลก็เขียนกำหนดไว้ รูปร่างเป็นม้า แต่มีเขาเกลียวแหลมขนาดใหญ่ออกมาจากหน้าผาก เป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และสง่างาม บางตำนานก็บอกว่า unicorn คือ สัญลักษณ์ของพลังอำนาจ ความเข้มแข็ง และความเป็นลูกผู้ชาย
  • ในวงการธุรกิจ นักลงทุน โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ Startup ก็มีคนได้นำคำว่า Unicorn มาใช้นิยามมูลค่าของบริษัท
  • บริษัทที่เป็น Unicorn คือ บริษัทที่มีมูลค่าประเมินสูงกว่า 1 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ (ก็ราว 35,000 ล้านบาท)
  • ตอนนี้ทั้งโลกมี Unicorn ราว 223 บริษัท (ข้อมูลเมื่อเดือนมีนาคม 2560) ยกตัวอย่างเช่น Uber, Xiaomi, Airbnb, Dropbox, Pinterest
  • ใหญ่กว่า Unicorn ก็มีนะ เช่น ถ้ามูลค่าบริษัทสูงกว่า 10 พันล้านดอลล่าร์ สหรัฐ ก็เรียก Decacorn, ถ้าสูงกว่า 100 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ก็เรียกว่า Hectocorn (Uni = 1, Dec = 10, Hecto = 100)
  • แว๊ปมาดูในเอเชีย จริงๆ แถวบ้านเราก็มีไม่น้อยนะ จากภาพนี่ก็ได้มาจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 5 ธันวาคม 2560 เอาเข้าจริง เอเชียเรามี Startup Unicorn ถึงกว่า 75 บริษัท (จาก 223 บริษัทของทั้งโลก)
  • รายละเอียดของเอเชีย เป็นตามภาพ Mind mapping สรุปด้านล่างเลย

Continue reading

เภสัชกรน้อยหน่า กับ Digital Marketing (ตอนที่ 1 ทำความรู้จัก)

เภสัชกรน้อยหน่าคนเดิม

น้อยหน่า เภสัชกรน้อยหน้าจ๋อย ซึ่งหากเราจำเรื่องเก่าๆ ที่เราเคยอ่านใน Blog นี้ ก็คงนึกออกว่าน้อยหน่านี่แหละ คือน้องเภสัชกรคนที่เคยเปิดร้านยา แต่สุดท้ายก็ต้องปิดเพราะสู้พิษทำเลร้านที่รุ่งริ่งไม่ได้ แต่ เพราะชีวิตมันต้องสู้ต่อไป สิ่งที่น้อยหน่าทำ ก็คือ กลับไปทำงานกับฝ่ายการตลาดของบริษัทยา ทั้งเพื่อฝึกปรึอวิชา รวมทั้งคิดว่าจะขอเก็บหอมรอบริบอีกสักพักแล้วก็ค่อยไปลุยกิจการของตัวเองต่อในอนาคนจะสามปี ห้าปี สิบปี หรือ จะทำเป็นเรื่องขนานกันไปก็ยังไม่สายหรอก ชีวิตมันก็ต้องสู้อยู่แล้ว กิจการล้มไปหนึ่งครั้งไม่ได้ทำให้น้อยหน่าท้อหรอกน่า Continue reading