พื้นฐานการตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) ตอนที่ 1

ความรู้พื้นฐานของการตลาดดิจิทัล

business-close-up-commerce-266176.jpg

เข้าใจหลักการ Marketing Funning

AIDAR

20180815_learn1.png

A= Awareness   แปลว่าการสร้างการรับรู้ ซึ่งหมายถึง การสร้าง Brand การสร้าง identity (ลักษณะเฉพาะ)  ทำให้คนรู้จัก เช่น การใช้เครื่องมือทาง Social media

I = Interest การมี Content Strategy หรือ หลักการสร้างเนื้อหาเพื่อให้คนสนใจใน Brand หรือ สินค้า/บริการของเรา

D = Desire หมายถึงการเปลี่ยนจากแค่ชอบให้กลายเป็นต้องการ (Like to Want) หมายถึง ต้องสร้างการเชื่อมต่อทางอารมณ์กับกลุ่มเป้าหมายให้ได้ กลายเป็นผู้ติดตามที่มีความจงรักภักดีต่อแบรนด์

A = Action ขั้นตอนการลงมือทำซึ่งแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับระดับขั้นของลูกค้าของเรา อาจหมายถึง การสมัครสมาชิก การสมัครการติดตามช่อง YouTube ของเรา หรือชอบ facebok page ของเรา การสมัครรับอีเมลจากเรา หรือระดับขั้นนึงลูกค้าสนใจที่จะตัดสินใจจ่ายเงินซื้อสินค้าหรือบริการของเรา

R = Retention หรือ การคงไว้ซึ่งความเป็นลูกค้า ซึ่งก็พบว่าค่าใช้จ่ายในการคงลูกค้าเก่าให้กลับมาซื้อมีราคาถูกมากกว่าการหาลูกค้าใหม่ ลูกค้าที่เคยซื้อสินค้าไปแล้วมีแนวโน้มที่จะซื้อซ้ำอีกครั้ง เราจะสร้างความสัมพันธ์ต่อเนื่องเหล่านี้ได้อย่างไร อย่างเช่นการใช้แคมเปญทางอีเมล์ที่คอยส่งข้อมูลให้กับลูกค้าของเราอย่างต่อเนื่อง หรือ การสร้างเนื้อหาที่มีความเฉพาะทำให้เค้าต้องติดตามเรา การสร้างซีรีส์ทาง YouTubeให้ลูกค้าติดตามเราอยู่ตลอดเป็นต้น

เราอาจแบ่งการตลาดดิจิตอลออกเป็น 2 แบบ คือ 

  • การตลาดเชิงสร้างเนื้อหา (Content marketing) ยกตัวอย่างเช่น การเขียนบล็อก การเขียนบทความ การสร้างสื่อผ่าน YouTube การสร้าง Podcast  คือหมายถึงการสร้างเนื้อหาเพื่อให้บริการแกกลุ่มเป้าหมายของเรา
  • การตลาดแบบจ่ายเงิน (Paid marketing) ยกตัวอย่างเช่นการใช้สื่อโฆษณาแบบดั้งเดิม เช่น Google ads, Facebook ads ที่ช่วยนำคนไปสู่หน้าสินค้าหรือบริการของเรา อาจจะแค่นำไปสู่หน้า Landing page หรือเนื้อหาที่อยากให้ลูกค้าของเราเห็น หรือแม้แต่หน้า Social media ของเราเอง  มันยังหมายถึงการใช้เงินซื้อโฆษณาเพื่อโปรโมทโพสหรือวิดีโอเพื่อให้คนมีโอกาสเห็นได้มากขึ้น

ตอนนี้เราได้เห็นแล้วว่า Marketing funnelคืออะไร และสามารถดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งออกเป็นอะไรได้บ้าง ขั้นตอนต่อไปคือ

การเพิ่มจำนวนลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมาย (audience) ทำได้โดย

20180815_learn2.png

  1. การสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ (Identity) ขั้นแรกเลยคือการสร้างเว็บไซต์ เว็บไซต์ถึงบ้านของเรา คือที่ตั้งของเรา เป็นที่ที่ใช้ในการควบคุมเนื้อหา เป็นที่ที่เราสามารถใช้ในการขายสินค้าหรือบริการได้ เป็นที่ที่เราสร้างเนื้อหาเพื่อให้คนเข้ามาติดตามเราได้ ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องมีเว็บไซต์ นอกจากนั้นแล้ว identity ของเรายังรวมไปถึงโซเชียลมีเดียอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น Facebook Twitter Instagram หรือ อื่นๆ ซึ่งเป็นที่ที่ผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าเป้าหมายของเราจะอยู่ตรงนั้น และใช้เวลาส่วนใหญ่ของเค้าอยู่ตรงนั้น ซึ่งจะเป็นจุดที่เราดึงดูดให้เขาเข้ามาสู่ธุรกิจของเรา มีคนแนะนำว่าเราจะโตได้เร็วกว่าถ้าโฟกัสที่ทีละแพลตฟอร์ม แต่ด้วยเครื่องมือยุคใหม่มันสามารถทำให้เราโพสได้ในครั้งเดียวหลายแพลตฟอร์ม เช่นการใช้ Buffer & Hootsuite
  2. เราจะสร้างคอนเทนต์เรื่องอะไร วิธีการที่ดีที่สุดที่จะรู้ว่าจะสร้างคอนเทนต์เรื่องอะไรคือการสังเกตุกลุ่มเป้าหมายของเรา เค้ามีปัญหาอะไร และเรื่องที่เราจะเขียนควรเป็นเรื่องที่สามารถแก้ไขปัญหาให้แก่กลุ่มเป้าหมายของเราได้ ดังนั้นเราจำเป็นต้องรู้กลุ่มเป้าหมายของเราให้ชัด  โดยคอนเทนต์นั้นจะต้องมีความคงเส้นคงวา หรือ consistency เป็นกฎอันดับ 1ในการสร้างคอนเทนต์ ยกตัวอย่างเช่น ในการโพสต์อย่างต่อเนื่องเป็นกิจวัตร ซึ่งยังไม่มีคำแนะนำที่ชี้ชัดว่าควรบ่อยเท่าไหร่  อาจเป็นสัปดาห์ละครั้ง สัปดาห์ละสองครั้ง หรือวันละครั้ง แต่การรักษาระดับการโพสจะช่วยให้เป็นไปได้การตามความความหมายของกลุ่มเป้าหมายของเรา แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีความสมดุลย์กันระหว่างปริมาณและคุณภาพ  ข้อแนะนำอยากให้ไปลองทำก็คือ ทดลองโพสต์พอดแคสสัปดาห์ละครั้งอย่างน้อย 1 ปี ทดลองสร้าง YouTube ซีรีส์สัปดาห์ละครั้ง  เขียนบทความสัปดาห์ละ 1 บทความ และอย่าหยุด ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาหน่อยในการสร้างความสำเร็จของคุณเอง
  3. เรียนรู้วิธีการดึงดูดกลุ่มเป้าหมายของเรา เป็นการพยายามที่จะดึงกลุ่มเป้าหมายจากโลกของเขามาเข้าสู่โลกของเรา ยกตัวอย่างเช่นการเพิ่มจำนวนลิสอีเมลของลูกค้าที่เรามี โดยอาจเกิดจากการสร้างเนื้อหาบนเว็บไซต์ วิดีโอ พอดแคส บทความบนบล็อก สื่อโซเชียลมีเดีย โยงไปให้ได้สู้แบบฟอร์มบางอย่างให้กลุ่มเป้าหมายของเราได้กรอกข้อมูลให้เรายกตัวอย่างเช่นอีเมล์ ซึ่งจะทำให้เราสามารถส่งอีเมล์ที่มีข้อมูลของบริษัทเราให้กับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง (email marketing ยังคงเป็นเครื่องมือทางการตลาดดิจิตอลที่ดีที่สุดในการสร้างยอดขาย) ถึงตอนนี้ เรามีโอกาสที่จะขายสินค้าหรือบริการของเราได้แล้ยว  และเราสามารถแบ่งวิธีการขายต่อจากนี้ออกเป็น 2 แบบคือ
    1. Direct Sale เช่น การขายระบุราคาบนหน้าเวป  การส่ง email เพื่อชวนเชิญให้ซื้อ วีดีโอที่เชิญชวนให้ซื้อ
    2. Soft Sale เช่น การเขียนบทความ หรือ อีเมล์ที่ให้ข้อมูลช่วยให้ลูกค้าแก้ปัญหาของตัวเองได้ แต่ก็ยังมีโอกาสได้ขายของด้วย

การตลาดแบบจ่ายเงิน (Paid Marketing)

  • การทำให้ลูกค้าได้เข้าไปสู่หน้าสินค้าหรือบริการโดยตรง ปัญหาคือ บางครั้งคนไม่ชอบเปิดถ้าลูกค้ายังอยู่ในระดับต้นๆ ที่ยังไม่รู้จักเราดีพอ  โดยทางดที่ดีที่สุดคือ ให้ส่งโฆษณาไปยังลูกค้าที่เราสนิทชิดเชื้อมากๆ แล้ว  เราอาจใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Facebook re-targeting เราสามารถส่ง ads ที่อยู่บนเพจของเราได้ หรือ คนที่เคยคลิ๊ก link ของเรา หรือ คนที่เคยเข้ามากรอกฟอร์มให้เราแต่ยังทำไม่เสร็จ เราก็สามารถเลือกได้
  • ทำให้ลูกค้าได้เข้าไปสู่ Email Funnel หรือ กรวยคัดบีบอีเมล เช่น การสร้าง landing page เพื่อให้เค้าให้ email เรามาก่อน จากนั้นเราคอยส่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ป้อนให้กับเค้าเรื่อยๆ จนนำไปสู่การขายสินค้า/บริการของเราในที่สุด

ย้อนกลับมาที่เป้าหมายของเราคืออะไร เช่น เพื่อสร้าง organic growth หรือ การเติบโตของลูกค้าที่สนใจจริงๆ เข้ามาสู่ Brand เพื่อที่จะทำให้เกิดยอดขายได้จริงๆ  โดยจะใช้เครื่องมือเช่น

  • Content marketing สำหรับเชิญชวนให้คนเข้ามาที่ website หรือ ธุรกิจของเรา
  • Social media เพื่อเปลี่ยนคนที่แค่คอยด้อมๆ มองๆ เรา ให้กลายเป็นแฟนพันธุ์แท้ โดยสร้างความเชื่อใจให้เกิดขึ้น
  • Paid Marketing เพื่อที่จะเพิ่มโอกาสการตลาดและการขาย

#เภสัชกรการตลาด
#ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง

Advertisements

เภสัชกรน้อยหน่า กับ Digital Marketing (ตอนที่ 2)

Digital Marketing ก็ต้องมีวัตถุประสงค์

น้อยหน่าได้แนวคิดเบื้องต้นจากเพื่อนโป่งกลับไปเมื่อหลายวันก่อน ก็เอาไปทำเป็นการบ้านหลายเรื่อง น้อยหน่าคิดว่ามันก็เด็ดดีนะที่ได้รู้ว่ามันมีเครื่องมือทางดิจิตอลซึ่งจะว่าไปแล้ว เกือบทุกคนที่เค้ารู้จัก (ไม่เว้นแม้แต่แม่ของเขาเอง) ก็ใช้อุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์แบบฉลาดๆ กันหมดแล้ว แต่โจทย์ก็คือ น้อยหน่าก็ยังมองไม่ออกว่าจะนำเครื่องมือสำหรับ Digital Marketing ทั้ง 7 อย่าง ซึ่งไล่ไปตั้งแต่ เวปไซต์, อีเมล์, online-PR, Social Media Marketing, Mobile app marketing, Content Marketing, Viral Marketing มันจะเอาไปทำอะไรได้ยังไงกับโจทย์ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีข้อกฎหมายควบคุมเคร่งครัดเรื่องการขออนุญาต โดยเฉพาะเรื่องยา จริงอยู่ว่า เรื่องที่โป่งเล่าให้ฟังครั้งที่แล้วก็พอมีข้อมูลว่าผลิตภัณฑ์กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจะมีการใช้สื่อ Digital อยู่ในลำดับต้นๆ แต่เค้าก็ยังกังวลอยู่ไม่น้อยถ้าต้องเอามาประยุกต์ใช้กับฟากของผลิตภัณฑ์ยา Continue reading

เภสัชกรน้อยหน่า กับ Digital Marketing (ตอนที่ 1 ทำความรู้จัก)

เภสัชกรน้อยหน่าคนเดิม

น้อยหน่า เภสัชกรน้อยหน้าจ๋อย ซึ่งหากเราจำเรื่องเก่าๆ ที่เราเคยอ่านใน Blog นี้ ก็คงนึกออกว่าน้อยหน่านี่แหละ คือน้องเภสัชกรคนที่เคยเปิดร้านยา แต่สุดท้ายก็ต้องปิดเพราะสู้พิษทำเลร้านที่รุ่งริ่งไม่ได้ แต่ เพราะชีวิตมันต้องสู้ต่อไป สิ่งที่น้อยหน่าทำ ก็คือ กลับไปทำงานกับฝ่ายการตลาดของบริษัทยา ทั้งเพื่อฝึกปรึอวิชา รวมทั้งคิดว่าจะขอเก็บหอมรอบริบอีกสักพักแล้วก็ค่อยไปลุยกิจการของตัวเองต่อในอนาคนจะสามปี ห้าปี สิบปี หรือ จะทำเป็นเรื่องขนานกันไปก็ยังไม่สายหรอก ชีวิตมันก็ต้องสู้อยู่แล้ว กิจการล้มไปหนึ่งครั้งไม่ได้ทำให้น้อยหน่าท้อหรอกน่า Continue reading