MOU เกณฑ์จริยธรรม ว่าด้วยการส่งเสริมการขายยา ตอนที่ 4

MOU เกณฑ์จริยธรรม ว่าด้วยการส่งเสริมการขายยา ตอนที่ 4

ตอนที่ 4 MOU เกณฑ์จริยธรรม ฉบับ “มัดมือชก” ได้วางมาตราการการควบคุม บริษัทยาและบังคับใช้ โดยให้หน่วยงานของรัฐมาควบคุมติดตาม ทำเหมือนบริษัทยา เป็นผู้ร้ายที่ติดทัณฑ์บน ทั้งที่ เวลาประชุมก็เสนอหลายเรื่องเพื่อให้เกิดความร่วมมือที่ดี แต่ไม่เคยฟัง รายงานการประชุมยังไม่อยากจะเขียนลงไป เวลาประชุมต้องคอย เตือนว่าให้ช่วยเขียนลงไปด้วย

ในเมื่อ Opinion Leaderคนจัดทำร่าง มีทัศนคติ แบบนี้ มันก็จะออก MOU อย่างที่เห็น สุดท้าย บริษัทยาก็ไม่เซ็น. แต่สำนักเลขานุการ คงไปให้ข้อมูลกับผู้ใหญ่ ว่าบริษัทยอมเซ็นแล้ว แต่พอใกล้วันที่ 25 มีนาคม คณะกรรมการของ TPMA และ PReMA ก็เห็นร่าง MOU ค่อนข้างนิ่ง และ ชัดเจนว่าเป็นอย่างไร คณะกรรมการไม่ฟังแล้ว ก็ตัดสินใจว่าจะไม่เซ็น.

ถึงแม้ว่า สำนักงานเลขานุการ พยายามโทรมา TPMA และ PReMA บอกว่าจะยอมแก้แบบโน้น แบบนี้ แต่ “Trust ” มันไม่มีแล้ว คนทีโทรมา ปกติก็ไม่อยากจะคุยกับบริษัทยาอยู่แล้ว แต่เที่ยวนี้ยอมอ่อน เพื่อขอให้บริษัทยาร่วมลงนาม MOU,

สรุปแล้วก็ต้องไปคุยในที่ประชุม เพื่อ ให้มั่นใจว่าตัว ร่างเป็นอย่างไร แล้วจะตัดสินใจอีกที. เมื่อที่ประชุมยอมแก้ MOU แบบไม่มีข้อผูกมัด และ จะมีการประชุมวันที่ 20 เมษายน เพื่อพิจารณา แก้ไข เกณฑ์จริยธรรม ให้บริษัทยา ก็ยอมเซ็น โดยสมัครใจที่จะทำเอง ไม่ใช่มาบังคับ.

11081378_456198787868065_7297434434661796341_n (1)

Slide 1 ถ้าอ่านดู จะเห็นมาตราการ จะควบคุมบริษัทยา ค่อยพัฒนาการขึ้นมาเป็นอันดับ เริ่มจาก อย ก็หน้าจะพอแล้ว ทุกคนก็รู้ว่าแค่ขอทะเบียนยาใหม่ ยังใช้เวลา 18 เดือน ถึง 24 เดือน ถ้ามาเพิ่มงานควบคุม จริยธรรม และต้องปรับปรุงรายชื่อผู้แทนยา เข้าไปอีก ไม่อยากจะคิดเลย ขนาดแค่ บริษัทเดียว ผู้แทนยาออกปีละ 10% เท่านั้น แผนก HR และ IT ยังทำไม่ทันเลย นี่บริษัทยา ทั้งประเทศ ,

ต่อมาก็เพิ่ม สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล, คิดได้อย่างไร ขนาดงานควบคุมคุณภาพ รพ ก็ทำไม่แทบจะทันอยู่แล้ว จะมาควบคุม จิรยธรรม รพ อีก , สุดท้าย NGO ก็นึกขึ้นได้อีกว่า เอา สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค มาควบคุมติดตาม เกณฑ์จริยธรรม บริษัทยาอีก. งาน สคบ เอาแค่เรื่อง บ้านจัดสรร เบี้ยวลูกบ้าน เอาที่ส่วนกลางไปทำอย่างอื่น ก็ทำไม่ทันแล้ว จะเอาเวลาที่ไหน มาคุมบริษัทยา.

จะสังเกตุทัศนคติ ของกรรมการ มองบริษัทยาค่อนของข้าง Negative , ก่อนที่จะมาเพิ่ม สคบ บางสมาคมก็เกรงใจ สำนักเลขานุการ ถ้าไม่เซ็น ก็จะผิดใจกัน อีกประการก็กลัวว่า ถ้าไม่เซ็นอีกสมาคมเซ็นจะทำอย่างไร สื่อเอาไปตี ก็อาจจะทำให้สถานะการณ์ แย่ลง

งานนี้ต้องชมเชย PReMA เป็นแกนกลางในการนำเสนอแนวคิด การต่อรองกับ คณะกรรมการ ซึ่งต้อง สร้าง Trust ระหว่างสมาคมด้วยกันก่อน ก็ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ 3สมาคมร่วมมือกัน. ทำไม เพราะ เอา สคบ เข้ามาร่วมเซ็นด้วย มันเป็นการแสดง ว่า คณะกรรมการ จริยธรรม ไม่ได้มองบริษัทยา เป็น มิตร แล้วฉนั้น บริษัทยา ก็ต้องตัดสินใจ ไม่เซ็น หมดความเกรงใจ เพราะ MOU ข้อ 5นี้เรื่องให้ 3หน่วยงานของรัฐ การติดตาม เกณฑ์จริยธรรมบริษัทยา ก็ไม่มีงานทำ เพราะบริษัทยา จะไปควบคุม ดูแลสมาชิกของตัวเอง

สรุปว่า ทั้ง 3 หน่วยงานของรัฐก็เป็น เสือกระดาษ. โปรดติดตาม ตอนสุดท้าย ว่าในงาน สัมนา ก่อนพิธีเซ็น MOU. NGO เขาแสดงความคิดเห็นต่อบริษัทยา อย่างไร ในตอน ต่อไป

ที่มา : มนู สว่างแจ้ง
https://www.facebook.com/manusawangjaeng?fref=ts

Advertisements

MOU เกณฑ์จริยธรรม ว่าด้วยการส่งเสริมการขายยา ตอนที่ 3

MOU เกณฑ์จริยธรรม ว่าด้วยการส่งเสริมการขายยา ตอนที่ 3

MOU เกณฑ์จริยธรรม ฉบับ “มัดมือชก ” ก็เพราะว่า NGO ที่อยู่ในหมวกของหน่วยงานราชการ มองบริษัทยาเป็นคนที่น่ารังเกียจ เอาเปรียบ ค้ากำไรเกินควร ไม่อยากจะพูดคุยด้วย ถ้าไม่จำเป็น พยายามวางระยะห่างกับบริษัทยา.

NGO ในคณะทำงาน เกณฑ์จริยธรรม เที่ยวนี้มองบริษัทยาว่าอย่างไรก็อยู่ในกำมือ “มันต้องเซ็น” เพราะถ้าบริษัทยาไม่เซ็น ก็จะให้ข่าวสัมภาษณ์ หนังสือพิมพ์ และ รายการวิทยุ เพื่อที่จะ Discredit บริษัทยา แต่NGO คิดผิด บริษัทยาเห็นพร้องต้องกันว่าจะไม่เซ็น ทุกคนยอมรับเสียชื่อก็ต้องเสีย ยอมเสียแค่วันเดียว ดีกว่าเสียตลอดไป เพราะบริษัททำไม่ได้.

ทำไมถึงทำไม่ยอมเซ็น หรือ” หมูไม่กลัวนำ้ร้อน “มาดู MOU Oct 31,2014. ผมอ่านครั้งแรก ก็นึกถึง NGO ที่เป็นคนร่าง MOU เขาคิดได้อย่างไร ร่างมาได้อย่างไร ไม่เคยมาปรึกษากับคนที่เห็นต่าง ประชุมเสนอแนะก็ไม่เคยฟัง ผลักดันกันจนน่ารังเกียจ.

11081181_455526977935246_6371089790609310535_n

ข้อ 4.1 บอกว่าต้องทำให้เสร็จภายในปีงบประมาณ “บริษัทยาไปเป็นลูกน้องตัวเองตั้งแต่เมื่อไร”
ข้อ 4.2 ต้องให้ผู้แทนยาต้องขึ้นทะเบียน และไปอบรมกับสภาเภสัชกรรม ” ทุกคนก็รู้ว่าในวงการยาทั่วโลก ผู้แทนยามีทั้งที่จบเภสัชและไม่จบเภสัช ” เรียกว่าใน MOU ฉบับแรกก่อนอันนี้ สรุปได้เลยว่า ต้องการแบ่งแยกผู้แทนยาออกมาเป็น 2 Class.

ตามแนวคิด NGO ถ้าผู้แทนยาที่จบเภสัช ไม่อยากให้ถือถุงยา อยากให้ผู้แทนที่จบเภสัช มีหน้าที่เดินไปให้ข้อมูลแพทย์เท่านั้น ไม่มีTarget ไม่ต้องรับตัวเลขยอดขาย ไม่มี Incentive .เขาถึงผลักดันในเกณฑ์จริยธรรม ผู้แทนยาจะต้องไม่วัดผลงานจากยอดขาย. ส่วนคนที่ไม่ได้จบเภสัชก็ให้มีหน้าที่ไปขายยา หรือ Take order, พวกบริษัท Local Made เขาไม่เอาอยู่แล้ว เพราะเขาจ้างแบบ PReMA ไม่ได้ ถึงแม้ บริษัทข้ามชาติในเครือ PReMA เขาก็ทำไม่ได้. ขนาดวัดผลโดยใช้ยอดขายเป็น KPI ยังไม่ค่อยจะเต็มที่เลย.
เรื่องให้การอบรมจริยธรรมเป็นหน้าที่ของสภาเภสัชกรรม พอตอนประชุมร่วมกัน NGO สายอาจารย์ ก็เสนอใหญ่เลย แต่ตัวแทนสภาเภสัชกรรม ได้บอกที่ประชุมว่า “ไม่ใช่หน้าที่ของ สภาเภสัชกรรม” NGO หน้าหงายเลย.

4.3 ออกกฏจำกัดสิทธิ์ผู้แทนยาจะเข้า รพ ต้องแสดง ID Card ว่าได้รับการอบรมจากสภาเภสัชกรรมแล้วถึงจะยอมให้เข้าไปทำงาน เขาจะเอายามที่ไหนมานั่งตรวจผู้แทนยา ประตู รพ มีประตูเดียวที่ไหน.
4.4 บริษัทยาต้องพร้อมให้ NGO เข้าไปตรวจ และเปิดเผยข้อมูล ทาง Website , เลียนแบบ อเมริกา เลย กฏหมาย Sunshine Act . ข้อเท็จจริง กฏหมายนี่ก็ไม่ได้บังคับใช้ทุกรัฐ.

สรุป MOU นี้หลังจากจบการประชุม ก็เชิญตัวแทนบริษัทยาออก แล้วก็ประชุมกันต่อ ผลก็คือ มี MOU ,Dec 12,2014 ออกมา ก็มีการเปลี่ยน 4.1 เป็น 1ปี, 4.2 เปลี่ยน สภาเภสัชกรรม เป็น คณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ ,4.3เรื่องแสดง ID Card ก็ให้ออกโดยคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ จริงๆก็คือ อย ซึ่งเป็นข้อเสนอ ใน MOU ฉบับแรกๆก่อน MOU ,OCT 31,2014. ข้อ 4.4 ก็ตัดออกเรื่องเปิดเผยข้อมูล ทาง Website ออกเป็นเตรียมไว้รอให้ตรวจ.

ถ้าคุณอ่านดู MOU ที่ผมเอามาเปรียบเทียบให้ดู จะสังเกตุว่า NGO และคณะกรรมการ มองบริษัทยาค่อนข้าง Negative , คาดว่าบริษัทอย่างไรก็ต้องยอม แต่บริษัทยาจนตรอก ตัดสินใจไม่ยอมเซ็น เพราะ NGO ไปเอา สคบ มาร่วมเซ็นด้วย เพื่อจะตรวจสอบ บริษัทยาอย่างเต็มที่ ก็เลยทำให้ตัดสินง่าย ไม่ยอมเซ็น ถ้าจะเซ็นก็ต้อง เปลี่ยน MOU ฉบับสั้นไม่ผูกมัด และ แก้เกณฑ์ใหม่ ในวันที่ 20 เมษายน.

ติดตามตอนที่4 NGO เขาพูดอะไรในการสัมนา

ที่มา : มนู สว่างแจ้ง
https://www.facebook.com/manusawangjaeng?fref=ts

MOU เกณฑ์จริยธรรม ว่าด้วยการส่งเสริมการขายยา ตอนที่ 2

MOU เกณฑ์จริยธรรม ว่าด้วยการส่งเสริมการขาย ตอนที่ 2

MOUที่บริษัทยาร่วมเซ็นกับ 24 องค์กร มีเนื้อหาดัง Slide1 สรุปอ่านแล้วก็หมายถึงบริษัทยาจะไปต้องเร่งทำเกณฑ์จริยธรรมขององค์กรตัวเองขึ้นมา ฝึกอบรมพนักงานตัวเองให้ตระหนักถึงการส่งเสริมการขายยาอย่างมีจริยธรรม ทุกบริษัทจะต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ที่องค์กรตัวเองยอมรับแล้วอย่างเคร่งครัด.

11112857_455490477938896_3618369373443105343_n

ถ้าดูเนื้อหา ที่ร่วมเซ็น บริษัทยาคน และ ยาสัตว์ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ถ้าเป็น PReMA ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะเกณฑ์ได้ถูกพัฒนามามากกว่า 20ปี มีการปรับปรุงเกณฑ์ใหม่ๆออกมาถึง Version ทึ่9แล้ว, ของPReMA สร้างระบบร้องเรียน โดยใช้ปากเปล่าไม่ต้องมีหลักฐาน และกรรมการ Compliance Commiteeมี 5คน (กรรมการเป็นคนนอก3คน คนใน2คน )ใช้ระบบไต่สวน ให้ผู้ถูกร้องเรียนแก้ข้อกล่าวหาได้โดยยื่นหลักฐานต่างๆ หรือ มาชี้แจ้งด้วยตัวเอง.

ก่อนผมเกษียณ PReMA ได้เพิ่มกรรมการอีกชุดเพื่อ พิจารณาเรื่องอุธรณ์ อีกคณะหนึ่ง, จะใช้ในกรณีที่บริษัทที่ถูกกล่าวหาไม่พอใจในการตัดสินของ Compliance Commitee ชุดแรก และ มีหลักฐานใหม่ ก็สามารถอุธรณ์ได้ . ถ้าผิด คณะกรรมการก็จะพิจารณาค่าปรับ .โดย PReMA ได้ตั้งเกณฑ์การปรับเงินบริษัทที่ทำผิด Code ขั้นตำ่80,000บาท-500,000บาท. เงินค่าปรับที่ได้จากสมาชิกก็จะนำไปทำบุญการกุศล.ตั้งแต่ออกกฏมา

ช่วงที่ผมดำรงตำแหน่ง เป็น Chairman of Code and Compliance Committee เข้าใจว่าPReMA สามารถปรับได้มากกว่า 500,000 บาท. เพราะฉะนั้นเกณฑ์ของ PReMA ไปไกลกว่าเกณฑ์ของรัฐบาลแล้ว. แต่จริงๆ พวกNGO ก็รู้ดี แต่ เป้าหมายเขาต้องการผลักดันให้เป็นกฏหมายใช้บังคับกับบริษัทยา เหมือน บริษัทนมผง NGO ผลักดันจนออกมาเป็นกฏกระทรวงห้ามบริษัทเข้าไปทำการส่งเสริมการขายใน รพ รัฐบาล.

สำหรับ TPMA หลังจากผม เกษียณแล้ว ก็ต้องย้ายค่าย จาก PReMA มาเป็น TPMA เพราะ Mega Lifescience เป็นสมาชิกเก่าแก่ของ TPMA ก็เข้ามาประชุมกับ อนุกรรมการตลาด และช่วยกันร่างเกณฑ์ จริยธรรม เพื่อให้ สมาชิก TPMA ใช้ , โดยคัดลอกเนื้อหา ของ PReMA กับ เกณฑ์ของรัฐบาลเข้าด้วยกัน เพื่อให้เหมาะสมและให้สมาชิกสบายใจในการปฏิบัติ คงจะประกาศใช้ เกณฑ์จริยธรรม ของตัวเอง ภายใน 3-4เดือนข้างหน้า, ก็คงค่อยๆเป็น ค่อยๆไป จะยังไม่มีระบบการร้องเรียน หรือบทลงโทษ คงจะเน้นการอบรม ทำความเข้าใจ อย่างน้อย 1-2ปี เมื่อคุ้นเคยกับเกณฑ์จริยธรรมแล้ว ถ้าสมาชิกอยากให้มีระบบการรับเรื่องร้องเรียน และบทลงโทษ ก็สามารถเพิ่มเติมได้ ถ้าสมาชิกพร้อม.

สมาคม ธุรกิจยาสัตว์ จริงๆแล้วเขาเกี่ยวข้องน้อยมาก การค้าขายก็เป็นเอกชนเป็นส่วนใหญ่ แต่พวก NGO ก็ดึงมาเซ็นด้วย สุดท้ายก็ให้ความร่วมมืออย่างดี คิดว่าคงเป็นพัธมิตรที่ดีต่อไป.

ส่วนของ องค์การเภสัชกรรม ก็คงต้องล้อไปกับกระทรวงสาธารณสุข ที่ปลัด ณรงค์ได้ออกหนังสือไปล่วงหน้าเมื่อปีที่แล้ว.

สรุปว่า ถ้าอ่าน MOU นี้แล้ว ก็ชี้แจ้งกับ ผอก รพ ที่จะให้ผู้แทนยาเซ็น MOU เป็นราย รพ, ก็บอกถึง เหตุผลว่าเรายอมเซ็น แต่มี Condition และ MOU ก็ไม่ได้ผูกมัดอะไร, PReMA เกณฑ์เคร่งครัดมากกว่า. คณะกรรมการจะจัดประชุมให้มีการเสนอแก้ Codeในวันที่ 20 เมษายน นี้.

อยากจะแจ้งให้ผู้จัดการฝ่ายขายทราบว่า วันที่ 25 มีนาคม ที่มีการเซ็น MOU ที่ผ่านมา, ผมเข้าใจว่า ผู้ใหญ่ที่มาร่วมงาน ตลอดจน หัวหน้าเภสัช และ ผู้อำนวยการ รพ, นึกว่าบริษัทยายอมทำตาม เกณฑ์จริยธรรม ฉบับมัดมือชก ก็ให้พวกเราไปทำความเข้าใจเสีย.ตอนที่3 จะพูดถึง “ทำไม MOU ถึงสั้นขนาดนี้”โปรดติดตาม.

ที่มา: มนู สว่างแจ้ง
https://www.facebook.com/manusawangjaeng?fref=ts

MOU เกณฑ์จริยธรรม ว่าด้วยการส่งเสริมการขาย ตอนที่ 1

MOU เกณฑ์จริยธรรม ว่าด้วยการส่งเสริมการขาย ตอนที่ 1

24องค์กร ยอมรับ เกณฑ์จริยธรรม ซึ่งจัดทำโดย คณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ ซึ่งผลักดันโดยกลุ่ม NGO อาจารย์จากคณะเภสัชจุฬาเป็นแกนหลัก ตั้งแต่เมื่อปี 2550. ประชุมครั้งแรก ที่ตึกโอสถศาลา ชั้นบนซึ่งเป็นที่ทำงานของ กลุ่มศึกษาปัญหายา, การประชุมเรื่องเกณฑ์จริยธรรมครั้งแรก มี นพ มงคล ณ สงขลา เป็นประธาน แล้วมีการผลักดันอย่างต่อเนื่อง ผ่านสมัชชาสุขภาพแห่งชาติในปี 2552 จนประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งในปี2558นี้. ขั้นตอนต่อไปก็จะผลักดันให้เป็นกฏหมาย แบบ นมผงเด็กอ่อน ซึ่งห้ามส่งเสริมการขายใน รพ รัฐบาล.

11009846_453850364769574_2931590502451469873_n
Slide 1 จะเห็น อาจารย์ ยงยุทธ ยุทธวงค์ ,รองนายกรัฐมนตรี (พี่ชายคนโต หมอ กิติมา อดีต CEO PReMA)มาเป็นประธาน “พิธีลงนามบันทึกข้อตกลง เรื่อง การเสริมสร้างธรรมาภิบาลในระบบยาตามเกณฑ์จริยธรรมว่าด้วยการส่งเสริมการขายยาของประเทศไทย” และ อาจารย์ หมอรัชตะ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ก็มาร่วมเซ็นด้วย.

10556435_453850434769567_5329355369930685916_n
Slide 2 มี 24 องค์กร เข้าร่วมเซ็น แต่ที่เป็นภาคเอกชน ทาง ขวามือ คุณ เชิญพร TPMA, คุณ บุษกร PReMA, หมอ พงษ์พัฒน์ สมาคม รพ เอกชน และ สมาคมธุรกิจยาสัตว์ (ไม่มีในรูป) เป็นครั้งแรก ที่ TPMA กับ PReMA และ สมาคมธุรกิจยาสัตว์ มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ถ้าไม่แก้ เกณฑ์จริยธรรม ฉบับหมัดมือชก

10952359_453850458102898_8126626455900896393_n

Slide 3 หน้าปกเกณฑ์จริยธรรม ซึ่ง 3 สมาคมได้ต่อรองกับ อนุกรรมการเกณฑ์จริยธรรม ให้มีการประชุมแก้ไขใหม่ในวันที่ 20 เมษายน ปีนี้, ประเด็นที่เรากังวลคือ 5.1.2 บริษัทยาต้องไม่กำหนดผลตอบแทนที่เป็นรายได้หลักของผู้แทนยาจากยอดขาย, 5.3.2บริษัทยาพึงจัดให้มีข้อมูลที่เพียงพอในการตรวจสอบการดำเนินกิจกรรมการส่งเสริมการขาย, 5.7 ผู้แทนยาพึงดำรงตนให้พร้อมรับการตรวจสอบจริยธรรม. พูดภาษาชาวบ้าน คุณเอาอำนาจอะไร จะมาแทรกแซงเรื่องรายได้ของผู้แทนยา และ มีอำนาจอะไรจะเข้ามาตรวจสอบ บริษัท และ ผู้แทนยาเรา. ใครจะยอม.

11045458_453850521436225_1034710969713549025_n
Slide 4 เนื้อหาการเซ็น MOU จะสังเกตุ สั้นๆ ไม่ผูกมัด ,เพราะอะไร เพราะใน MOU ได้ดึง สคบ ( สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค )เข้ามาร่วมเซ็นด้วย.พวก NGO คิดจะเอาบริษัทยาให้ตายเลย เพราะ NGO จะได้ร้องเรียนบริษัทยาง่ายขึ้น และบริษัทยาจะต้องไปให้การที่ สคบ, เป็นสาเหตุหนึ่งถ้าไม่เปลี่ยนเนื้อหา MOUฉบับหมัดมือชก เราไม่เซ็น.

11083609_453850538102890_5612094894806289810_n
Slide 5 ถ่ายรูป กับอาจารย์ รัชตะ ให้กำลังใจท่าน เพราะตอนเป็นอธิการบดี ม มหิดล ผมได้รับเชิญไปพูดให้ทีม บริหารสำนัก อธิการบดี ฟังเรื่อง Compliance และ Risk .พวกเราจึงพูดให้กำลังใจท่าน.

ตอนที่2 จะเขียนถึงเรื่อง ทำไม MOU ถึงสั้น ๆ มีเบื้องหลังอะไร เพราะฉะนั้น Manager ทั้งหลายก็อย่าได้ตกใจถ้า รพ เรียกผู้แทนบริษัทยาไปเซ็น ก็แจ้งให้ทาง รพ ทราบว่าเรารับรู้ตาม MOU ที่เรายอมเซ็น. พิธีกรรมวันนี้อาจทำให้ ผอก ดู.ในข่าว TV อาจจะทำให้ เข้าใจผิดคิดว่าเรายอมรับ จริงๆไม่ใช่มีการต่อรองกัน ว่าต้องแก่เกณฑ์เราถึงจะเซ็น.

ที่มา : มนู สว่างแจ้ง
https://www.facebook.com/manusawangjaeng?fref=ts