ร้านขายยา3.5หมื่นล้านเฟื่อง

ชวนคิด

  • ตลาดยาในร้านขายยามีขนาด 35,000 ล้านบาท โตเฉลี่ยปีละ 10% แบ่งเป็น ร้านขายยาทั่วไป 90% และร้านขายยาที่มีหลายสาขา หรือเชนดรักสโตร์ (chain drug store) 10% ปัจจุบันมีร้านขายยาอยู่ประมาณ 20,000 ร้าน
  • ธุรกิจร้านขายยายังสามารถเติบโตได้อีกมาก เป็นธุรกิจที่กำไรไม่สูงแต่มีความยั่งยืน ร้านยาเดี่ยวและร้านยาเครือข่ายจะมีกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกัน โดยร้านยาเดี่ยวเน้นลงชุมชน ในขณะที่ร้านยาเครือข่ายจะเข้าถึงทำเลการค้าดีๆ ได้มากกว่า  ทั้งนี้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าจากทำเล ความสะดวกและความคุ้นชินกับเภสัชกรเป็นประเด็นสำคัญ
  • จำนวนตัวเลขสมาชิกของร้านเป็นประเด็นสำคัญต่อความยั่งยืนเพราะสะท้อนถึงโอกาสกลับมาซื้อซ้ำ ฟาสซิโนบอกให้ทราบว่าร้านมีสมาชิก 6 แสนรายจากจำนวน 111 ร้าน ซึ่งหมายถึงหนึ่งร้านของฟาสซิโนมีสมาชิก 5 พันคนเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่ไม่น้อยเลย
  • ความครบครันของรายการยาก็มีความจำเป็นเช่นกัน ดั่งในตัวข่าว ผู้บริหารฟาสซิโนกล่าวว่ามีมากถึง 10,000 รายการ ในขณะที่ร้านยาเดี่ยวทั่วไปมักจะมีรายการสินค้าประมาณ 700 – 1,500 รายการเท่านั้น อันนี้หมายถึงถ้าคนไข้เดินเข้ามาที่ร้านแล้วหายาที่นี่ไม่เจอ ก็จะหาที่อื่นไม่เจอแน่นอน  ส่วนร้านยาเดี่ยวถึงแม้จะมีรายการสู้ร้านใหญ่ๆ เช่นนี้ไม่ได้ แต่ก็สามารถสร้างความสัมพันธ์กับยี่ปั๊วหรือผู้จัดจำหน่ายใกล้เคียงได้เพื่อที่จะจัดหายากลับมาให้คนไข้อีกครั้งในเวลาที่รวดเร็ว
  • การหาเภสัชกรให้อยู่ดำเนินการที่ร้านอย่างเพียงพอยังคงเป็นประเด็นสำคัญในการทำธุรกิจร้านยาให้ยั่งยืน แม้แต่ฟาสิโนก็ยังมีข้อเสนอพิเศษเพื่อจูงใจให้เภสัชกรอยู่ร้าน หรือ สามารถซื้อเฟรนไชน์ได้ในราคาพิเศษ

Continue reading

Advertisements

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากงาน 2018 Blackmores Institute Symposium

ขอกล่าวถึงงาน Blackmore Institute Symposium 2018 งานจัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2561 ซึ่งผมเองได้ไปร่วม กล่าวโดยสรุปตั้งแต่สองบรรทัดแรกได้ว่า “ทำได้ดีมากเลยหละครับ” ในส่วนงานวิชาการสำหรับเภสัชกร

ในส่วนของ evidence ของงานวิจัยที่กล่าวถึงในงานก็เรื่องหนึ่ง แต่ที่ผมสนใจมากๆ คือ รูปแบบการจัดงานครับ ผมว่าวิธีการสร้างกระบวนการ Educational Marketing นี่ น่าสนใจมาก สามารถเอามาใช้เป็น case study สำหรับงานประชุมวิชาการทางเภสัชกรรมอีกหลายๆ เรื่องได้เลย

Continue reading

Pharmapreneure – ผู้ประกอบการด้านเภสัชกรรม

สรุปแบบสั้นที่สุด

  • เป็นงานที่รวมเนื้อหาระดับหัวกระทิสำหรับเภสัชกรหรือผู้ที่ต้องการจะหาความรู้ที่ครอบคลุมการบริหารจัดการร้านขายยาและทำธุรกิจร้านขายยาให้ประสบความสำเร็จ
  • สามารถทำธุรกิจร้านขายยาให้ประสบความสำเร็จได้ โดย ทำร้านยาให้ถูกต้องตามเกณฑ์ (GPP), สร้างบทบาทความเป็นผู้เชี่ยวชาญที่แก้ปัญหาได้ (4Ps+ 1 Pharmacy Practice), วิจัยตลาดก่อนเลือกทำเลเปิดร้าน, เลือกใช้ Software บริหารจัดการร้านเพื่อรู้จักตนเอง รู้จักคนไข้ เสนอบริการที่คนไข้ต้องการ และมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง
  • เภสัชกร/ผู้ประกอบการร้านยา ต้องคิดไว้เสมอ ว่าร้านยาคือ จุดแก้ปัญหาความเจ็บป่วยของคนไข้ เป้าคือ ทำให้คนไข้สุขภาพดี ไม่ใช่ตั้งต้นที่ยอดขาย เมื่อคิดได้เป็นธรรมชาติ คนไข้จะไว้ใจและเข้ามารับบริการต่อเนื่องตลอดไป

Continue reading

ออกแบบร้านยาให้ทันสมัยและเพิ่มยอดขายได้ (3/3)

ในตอนนี้ผมขออนุญาตนำตัวอย่างการออกแบบร้านยาในต่างประเทศที่มีความทันสมัยและน่าสนใจมาให้ดูในบล็อกนี้ครับ Continue reading

ออกแบบร้านยาให้ทันสมัยและเพิ่มยอดขายได้ (2/3)

จากบทความตอนที่แล้ว เภสัชกรหรือเจ้าของร้านยามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องออกแบบร้านให้เป็นร้านของผู้ซื้อ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเลือกใช้เครื่องมือในการสื่อสารณจุดขายให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงทางเดินของร้าน (กลับไปอ่านบทความตอนที่ 1 ได้จากลิงค์นี้ http://wp.me/p4yia8-tf) Continue reading

“เภสัชกรน้อยหน่ากับร้านยาทำเลรุ่ง(ริ่ง)”

เรื่องสั้น  โดย เภสัชกรกลางตลาด
www.facebook.com/mktpharmacist
กันยายน 2559

น้อยหน่าเภสัชกรหญิงน้อยวัยใส เธอพึ่งเรียนจบเภสัชหกปี และอยากเปิดร้านยาด้วยความที่อยากใช้ความรู้ตามที่ได้ร่ำเรียนมารับใช้สังคมด้วยการให้บริการเภสัชกรรมที่ดีเป็นอาชีพ แต่ติดที่ว่าน้อยหน่าเองนั้นยังไม่เคยที่จะมีประสบการณ์การทำธุรกิจจริงๆ มาก่อนเลย

ss1

Continue reading

ร้านยาเคลื่อนที่มาแว้วววว…..

เพื่อการเข้าถึงยา ร้านยาเคลื่อนที่มาแว้วววว…..

mobile pharmacy

ร้านขายยา Apoteka Vrsac พยายามแก้ปัญหาการเข้าไม่ถึงเภสัชกร ด้วยการจัดตั้งร้านขายยาเคลื่อนที่ตั้งแต่ปี 2010 มาจนถึงปัจจุบัน เพื่อช่วยแก้ปัญหาการใช้ยาในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โดยให้คนไข้ได้มีโอกาสรับข้อมูลยาและวิธีการใช้อย่างทั่วถึง

mobile pharmacy2

Apoteka แปลว่า ร้านยา
Vrsac คือ ชื่อเมืองๆ หนึ่ง ใน Serbia

mobile pharmacy3

หน่วยยาเคลื่อนที่รายได้ให้บริการครอบคลุมพื้นที่ 15 หมู่บ้านในเขตเทศบาล Vrsac ภายในรถยาเคลื่อนที่ ถูกตกแต่งไปด้วยเคาท์เตอร์ยา มีพื้นที่เก็บยา ห้องน้ำ มุมคนไข้ โต๊ะ เก้าอี้สำหรับใช้คุยกับคนไข้ ให้คำปรึกษาด้านยา มุมแจกใบปลิว โปรโมชั่น มุมเครื่องวัดความดัน

mobile pharmacy5

จากการเก็บข้อมูลการให้บริการมา 3 ปี พบว่า คนไข้เข้าถึงการใช้ยามากขึ้น แต่พอปีผ่านไป จำนวนยาตามใบสั่งแพทย์ (Prescription) ลดลง แต่ยอดยาที่อยู่นอกบัญชียามีมากขึ้น คือ ระบบยาใน Serbia จะเป็นระบบใบสั่งยา แต่คนไข้ก็สามารถเปลี่ยนยาได้ตามคำแนะนำของเภสัชกร แต่คนไข้จะต้องจ่ายเงินเพิ่มในกรณีนี้หรือไม่ ยังไม่ทราบชัด

mobile pharmacy4

แต่เอาเป็นว่า คนไข้ชาวเซอร์เบียต่างพึงพอใจกับการเข้าถึงแบบนี้ เพราะมันช่วยให้เค้าได้ข้อมูลยา และลดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาได้มากโข จากการได้พูดคุยกับเภสัชกรได้อย่างใกล้ชิดแบบนี้

ภาพข้างล่างคือ ผลการเก็บข้อมูลการให้บริการในช่วงระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา
คือ คนไข้เปลี่ยนยาจากใบสั่งเป็นมาซื้อยานอกบัญชียาได้มากขึ้นนี่ ถือเป็นความสำเร็จได้รึเปล่านะ…..

mobile pharmacy6

เมื่องไทยคงต้องตีความกันอีกทีว่าจะทำร้านขายยาเร่ได้หรือไม่ …. เพราะ กฎกระทรวงข้อหนึ่งห้ามไว้ ว่าสถานที่จำหน่ายยาจะต้องมีความมั่นคงแข็งแรง …. เรียนท่านผู้รู้ตีความหน่อย ว่าแบบนี้ มั่นคงแข็งแรงพอไหมน้า…?

สถานที่ขายยา

(กฎกระทรวง เรื่องการขออนุญาตสถานที่จำหน่ายยา)

เภสัชกรกลางตลาด

E-Market/E-Bidding in Thailand ตอนที่ 6

E-Market/E-Bidding in Thailand ตอนที่ 6

ผมขออนุญาตนำบทความขอพี่มนู สว่างแจ้ง อดีตผู้จัดการใหญ่ Pfizer ประเทศไทย ท่านได้เรียบเรียงเนื้อหาเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐไว้ใน facebook ของท่าน ผมจะขออนุญาตนำเสนอเรื่องราวดังกล่าว ตามบทความข้างล่างนี้ครับ
___________________________________________________________________

ตอนที่ 6 e-bidding process จุดเปลี่ยนวงการยา Q4/2015

คงเป็นตอนสุดท้ายว่าด้วยตลาดร้านขายยา ถือเป็นทีมข้าวนอกนา คือ ส่วนใหญ่ บริษัทยาข้ามชาติ จะต้องจ้าง Distributor ให้ทำตลาดร้านขายยา เวลาเสนอค่า Fee กันก็จะเสนอรวมทีมร้านขายยาเข้าไปด้วย บางบริษัทก็เริ่มให้มีการเปลี่ยนแปลงโดยให้ Distributor คิดค่าบริการด้าน Logistic อย่างเดียว และ แยกเสนอเรื่องทีมขายร้านขายยาออกมาต่างหาก โดยทีมร้านขายยานี้รายงานตรงไปที่ Principle เลย ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทที่มียอดขายมากพอสมควร

ทำไมถึงผมบอกว่าเป็นทีม”ข้าวนอกนา” เพราะเวลา BU หรือ GM ที่ไม่เข้าใจธุรกิจร้านขายยา อย่างลึกซึ้ง ก็จะตั้ง Target แบบโตมหาศาล เหมือนนั่งเทียน เพราะเอาจำนวนร้านขายยา ทั้งหมดทั่วประเทศมาคำนวณ โดยไม่คำนึง Potential ของประเภทร้านขายยา โดยไม่สนใจว่า ตลาดร้านขายยาที่ต้องคำนึงถึง พฤติกรรมเจ้าของร้านขายยาที่เป็นเภสัชกร ไม่เป็นเภสัชกร ร้านขายส่ง ผู้บริโภค ที่มาซื้อยา ชั้นกลาง ชั้นสูง ชั้นมีรายได้น้อย ตลอดจนตำแหน่งร้านขายยา อยู่หน้า โรงเรียนแพทย์ หน้า รพ.ทั่วไป ริมถนนย่านชุมชน ป้ายรถเมล์ ข้างทางทางขึ้น ทางลง BTS ปากซอย กลางซอย ท้ายซอย มีพฤติกรรมการส่งซื้อยาเข้าร้านไม่เหมือนกัน นอกจากนั้น ประเทศไทยมีวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนใคร คือ คืนยาหมดอายุได้และคืนได้ในราคาปัจจุบัน หรือซื้อมาแล้วขายไม่ได้ ก็ขอคืนบริษัท ถ้าบริษัทไม่ให้คืน ก็ไม่จ่ายเงิน!

นอกจากนั้นยังมี Pressure group ที่มีพลังการขับเคลื่อนในการปกป้องผลประโยชน์ของสมาชิก เช่น ชมรมร้านขายยาแห่งประเทศไทย สมาคมร้านขายยาแห่งประเทศไทย ชมรมเภสัชชุมชน และ พวก NGO อีกมากมาย ซึ่งบริษัทจะต้องคำนึงเป็นพิเศษ ในเรื่องการกำหนดนโยบาย การขายและการตลาด

ด้านการแข่งขัน ปัจจุบันบริษัทยาในประเทศที่มุ่งทำธุรกิจด้านยา OTC หรือ ยาเพื่อสุขภาพ ก็มีการแข่งขันจนเป็นประเพณีกัน คือซื้อยาตามเป้าหมายภายใน 1 ปีจะแถมทัวร์ไปต่างประเทศ 1 คน เป็นต้น โดยมีข้อแม้ว่าห้ามคืนยาและต้องจ่ายเงินให้หมดก่อน แต่ก็มีการพูดเล่นกันว่า “ซื้อทัวร์แถมยา” ซึ่งรายการแบบนี้บริษัทยาข้ามชาติไม่ค่อยกล้าจัด แต่บางบริษัทใจถึงต้องการให้ร้านขายยา ผลักดันยาโฆษณาของบริษัทให้ถึงผู้บริโภคภายในเวลาที่กำหนด ก็อาจจะเสนอเที่ยวก่อนซื้อทีหลัง ส่วนยาที่เรียกว่า Ethical (ส่วนใหญ่เป็นยาประเภทยาอันตราย) ก็จะมาจากใบสั่งที่ผู้ป่วยแอบเอาใบสั่งออกมาซื้อร้านขายยา ปัจจุบัน รพ. ก็มีมาตรการ ไม่ให้คนใข้ถือใบสั่ง ตรวจเสร็จให้ไปรอที่ห้องยาเลย ส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ผู้ป่วยก็จะนำตัวอย่างยาที่แพทย์สั่ง มาซื้อที่ร้านขายยาเอง เมื่อยาหมดแล้วต้องกินต่อ (เราเรียกว่า Spin off จาก รพ.)

ขบวนการจัดหายาเข้าร้านของเจ้าของร้านขายยา ก็มีหลายช่องทาง หลากหลาย เช่น ซื้อตรงจาก Distributor หรือซื้อจากร้านขายส่งซึ่งมีมากมาย แล้วก็แข่งขันกันด้านราคาและบริการ กลุ่มร้านขายยาบางแห่งที่เป็นเพื่อนๆกันก็รวมกันซื้อที่ละมากๆเพื่อจะได้ส่วนลดมากขึ้น แต่ที่เป็นปัญหาใหญ่ของวงการยาที่ไม่เคยแก้ปัญหาได้ ก็คือมีเรียกกันว่ายา “Cross Channel” หลุดออกมาจาก รพ. รัฐบาลที่สามารถซื้อยาได้ในราคาถูกหรือราคากลาง แต่ก็หลุดออกมาเป็นช่วงๆ ที่ร้านขายส่ง พอร้านขายส่งที่มีสินค้า Cross Channel ก็จะขายให้ลูกค้าขายปลีกในราคาถูก ก็ทำให้ร้านขายส่งที่ซื้อตรง จาก Distributor ขายของแพงให้กับลูกค้าตัวเอง ทำให้เขาโดนต่อว่า ว่าขายของแพง
เพราะฉะนั้น ถ้า BU หรือ GM ที่ไม่คำนึงเหตุผลข้างต้น ก็จะตั้ง Target ให้ทีมร้านขายยา “ข้าวนอกนา ” เพราะคิดว่าทีม รพ.ของตัวเองเต็มที่แล้ว จึงเอาไปให้ร้านขายยา เช่น ตลาดร้านขายยาเฉลี่ยโต 6% แต่ Principle ต้องการผลักดันให้โต 30%เพื่อเอายอดขายมา Compensate ทีม รพ. ที่ขายตกๆ พอไปเจอ ผู้จัดการร้านขายยา ที่กลัว ก็ขอโปรแกรม ลดแลกแจกแถม ยัดเข้าไป Stock ร้านขายส่ง จนถึง Target พอปีที่ 2 เอาอีก! มันเหมือนตัวอึ้งอ่าง พองขึ้นเรื่อยๆ พอเข้าปีที่ 3 อึ้งอ่างท้องก็แตก (ให้ดูจาก Slide ร้านยา สีน้ำตาล ) ยอดขายตกเอาตกเอา เปรียบเหมือน อึ้งอ่างท้องแตก!!!
จากประสบการณ์ของผม ส่วนใหญ่ผู้จัดการที่ Commit การโตในตลาดร้านขายแบบไม่มีเหตุผล อยู่ได้ไม่เกิน 3 ปี ก็ต้องเปลี่ยนงาน จบแบบไม่ค่อยสวย ก็วนเวียนอยู่แบบนี้

11159464_492827640871846_8776037734472585794_n

ที่ผู้จัดการร้านขายยาต้องเปลี่ยนงาน เพราะร้านขายส่ง คืนสินค้าบริษัทจำนวนมาก หรือโดนข้อหา Load stock ถ้าเป็นบริษัทข้ามชาติให้ออกสถานเดียว หรือ ร้านขายยาไม่ยอมจ่ายเงิน เพราะผู้จัดการหน้ามืด ตัวเลข ไปขอตัวเลขแล้วสัญญาว่าจะแถม หรืออื่นๆ แล้วไม่ทำตามสัญญา ร้านขายยาก็คืนยามา ส่วนใหญ่บริษัทให้ผู้จัดการออกไว้ก่อน แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือร้านขายยาคืนยาจำนวนมากแล้วหมดอายุ น่าเสียดายมาก เพราะยาคุณภาพที่ Import มาจากต่างประเทศหรือผลิตในประเทศด้วยต้นทุนที่สูงแต่กลับมาทำลาย เพราะการLoad stock เท่ากับทำลายเศรษฐกิจทางอ้อม ถ้า BU หรือ GM ที่เข้าใจวงจรพวกนี้ ก็จะตั้ง Target แบบสมเหตุสมผล

อีกประการ ตลาดร้านขายยาที่ซื้อกันเข้าร้านขายยาก็เพราะมีรายการแถมพิเศษ ซื้อมาเพื่อStock และจะได้ราคาพิเศษไว้แข่งขัน กับร้านขายยาข้างๆ เพราะฉะนั้นยอดขายจึงเหมือนฟันปลา ยอดซื้อไม่สม่ำเสมอเหมือน รพ. อีกประการตลาดร้านขายยาส่วนใหญ่จะรอลูกค้ามาเรียกหายา อาจจะนำตัวอย่างยามาเรียกหา ถ้าเป็นยาโฆษณา ก็ต้องอาศัยเจ้าของร้านขายยาช่วยเชียร์ด้วย แต่ถ้าเป็นร้านที่เป็นเภสัชกรเป็นคนขายยา ก็เน้นการให้คำปรึกษา และขายยาที่ตัวเองคิดว่าดีแก่ลูกค้า แล้วแต่Style

ที่เขียนมา เพื่อให้ BU หรือผู้จัดการใหม่ที่เพิ่งขึ้นมารับผิดชอบ ตลาดร้านขายยา ให้ระวังเรื่องนี้ การตั้ง Target ก็ควรให้ผู้จัดการร้านขายยาเป็นคนเสนอมา แล้วเทียบกับ Ims ก็พอได้ ถ้ายัดตัวเลขให้เขาโตแบบไม่มีเหตุผล ระวัง “เพลงของ Bird ธงชัย “Boomerang” ถ้า Principle สั่งให้ Load ไปร้านขายยา วันหนึ่งถ้า Corporate Auditor มาตรวจพบ ก็ต้องเปลี่ยนอาชีพ.

เภสัชกรเถื่อน ภัยเงียบร้านขายยา…

เภสัชกรเถื่อน ภัยเงียบร้านขายยา…

เพิ่งเป็น Scoop ไปสักครู่ในไทยรัฐทีวี วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2558 เวลา 19.28

11214323_823098521102112_7090500212402157700_n

เนื้อความว่า ร้านขายยาจำนวนมากไม่มีเภสัชกรประจำ แต่ใช้ลูกจ้างที่ไม่มีความรู้มาเป็นคนวินิจฉัยและจ่ายยา พอถูกนักข่าวถาม ก็บอกว่าเภสัชกรออกไปรับลูก

11377080_823098604435437_8331589780695061981_n 11425166_823099564435341_6655535071702793634_n

พี่ภก.กิตติ นายกสภาฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ผู้ช่วยเภสัชฯไม่สามารถหยิบยาใดๆ ให้กับคนไข้ได้เลยยกเว้นยาสามัญประจำบ้าน ดังนั้น ถ้าร้านปล่อยให้ทำจะมีความผิด

11406851_823098687768762_1907653295547776417_n

นักข่าวยังตามไปสัมภาษณ์ผู้ป่วย เพื่อเชื่อมผลกระทบ ผู้ป่วยรายหนึ่งกลายเป็นโรคไตเพราะซื้อยากินเองมาสิบกว่าปี อีกรายพิการเดินไม่ได้ เพราะไปซื่อยาปฏิชีวนะมาจากร้านขายยา

1907536_823099904435307_1723861088143193649_n

เอากันจริงๆ นะครับ
พวกเราชาวเภสัชฯ ก็ต้องช่วยในเรื่องนี้กันด้วยจริงๆ โดยเฉพาะคนที่มีร้านขายยา และคนที่เอาใบประกอบของตัวเองไปแขวนไว้ที่ร้านต่างๆ (ที่เค้าเรียกว่าแขวนป้าย) โดยเฉพาะกรณีหลัง มันไม่คุ้มหรอกครับกับบาปและผลเสียที่เกิดขึ้นกับประชาชน

ร้านยาแผนปัจจุบัน พบว่ามีจำนวนกว่า 15,000 ร้าน และจากข้อมูลที่สภาเภสัชฯให้มาในจดหมายข่าวเล่มล่าสุด พบว่า มีเภสัชกรอยู่ประจำร้านแบบ full time เพียง 3,000 รายเท่านั้น ทั้งๆ ที่จำนวนใบประกอบวิชาชีพฯ มีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 33,000 ใบ … เกิดอะไรขึ้นกับร้านขายยา 12,000 ร้านทั่วประเทศไทย? เกิดอะไรขึ้นในจิตใจของเภสัชกรเหล่านั้น???

ผมเคยทำแบบสอบถามเรื่องหนึ่ง ซึ่งหนึ่งในผลการศึกษาเป็นเรื่องที่ผมเองก็อายมากที่จะพูดถึง แต่ก็ไหนๆ แล้ว … ผมถามว่า “ทำไมเภสัชกรถึงไม่อยู่ทำงานที่ร้านขายยาแบบเต็มเวลา?” … คำตอบที่คนตอบมามากที่สุดแบบซื่อๆ คือ “เพราะอยากมีรายได้หลายทาง” …. คำตอบออกมาแบบนี้ พวกเราคงต้องทำอะไรสักอย่างแล้วมั๊ยครับ???

ฝากเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ เภสัชกรนะครับ ชีวิตมันอยู่ที่เราเลือกจะใช้ แต่ต้องทำในสิ่งที่ถูกต้องนะครับ คนที่หลงผิดไปแล้ว ก็ถอนตัวทันนะครับ ทำในสิ่งที่ถูกต้องกันเถอะครับ … ถ้าเราเอง วิชาชีพเราเองไม่พร้อมนี่ ไม่มีทางที่จะไป convince แพทย์ให้ปล่อยใบสั่งยามาร้านขายยาได้เลยนะครับ ไม่ต้องไปพูดถึงเลย…

อีกสัปดาห์ก็สัปดาห์เภสัชฯแล้ว
ช่วยกันแสดงให้ประชาชนเห็นกันหน่อย ว่าเราพึ่งได้ และเราทำได้จริงๆ
ฝากเภสัชกรทุกคนด้วยนะครับ

เภสัชกรกลางตลาด