ข่าว: สวปก.เล็งให้ประชาชนจ่ายระบบสุขภาพ

Source – เดลินิวส์ (Th)
Wednesday, April 01, 2015 03:16

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. นพ.ถาวร สกุลพาณิชย์ ผอ.สำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย (สวปก.) กล่าวว่า สวปก.ได้ทำการศึกษาเรื่องระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติพบว่า ขณะนี้ระบบสุขภาพของประเทศ ต้องการเงินเข้าไปเพื่อพัฒนาระบบคุณภาพการให้บริการอีกมากแต่เงินภาษีของประเทศที่จะเอามาสนับสนุนตอนนี้ตึงตัวมาก ดังนั้นการให้ประชาชนร่วมจ่ายจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด โดยหากหวังว่าจะได้เงินในอัตราที่พอจะพัฒนาระบบได้ ประชาชนต้องร่วมจ่ายอย่างน้อย 100 บาท แต่ด้วยโครงสร้างรายได้ครัวเรือนไทยตอนนี้ที่มีคนจนเยอะกว่าคน รวย ถ้าต้องจ่ายถึง 100 บาท จะทำให้มี 1 แสนครอบครัวต้องจนลง ดังนั้นการร่วมจ่าย ของประชาชนจึงต้องเป็นไปเพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้บริการสุขภาพเท่านั้น เช่น เก็บ 30 บาท ณ ที่จ่าย หรือมากกว่านี้ได้เล็กน้อยซึ่ง ข้อเสนอดังกล่าว ได้เสนอต่อคณะกรรมการร่วม 3 กองทุน ที่มีนายอัมมาร สยามวาลา เป็นประธานไปแล้ว
“ระยะสั้น รพ. ยังอยู่ได้ แต่ก็เริ่มเห็นปัญหาตอนนี้ว่า รพ. เริ่มแออัด ประชาชนก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจในบริการ อยากได้คุณภาพที่ดีขึ้นแต่ถ้าอยากได้บริการที่ดีขึ้นแต่ไม่ยอมแชร์ก็ย่อมเป็นไปไม่ได้เพราะตอนนี้เราต้องการเงินเข้ามาพัฒนาระบบแต่เงินคลังของประเทศตอนนี้กำลังตึงมือมาก ดังนั้นทุกคนต้องร่วมจ่าย ร่วมกันลงขัน” ผอ.สวปก. กล่าว
ส่วนอีกแนวทางหนึ่งที่ สวปก. อยู่ระหว่างการศึกษาคือการเก็บภาษีอย่างอื่นเพิ่ม เช่น ภาษีสุขภาพหรือภาษีท้องถิ่นบางอย่าง ที่เก็บคนรวยมากกว่าคนจนเล็กน้อย ตรงนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป ส่วนตัวเห็นว่าอาจจะใช้โครงสร้างคล้ายกับประกันสังคมคือกำหนดอัตราจ่ายตามฐานรายได้หากทำได้น่าจะมีงบประมาณมาจัดระบบเพิ่มขึ้น ทั้งนี้แม้หาวิธีการเก็บภาษีได้แต่ก็ต้องมาลุ้นว่าจะผ่านด่านกระทรวงการคลังหรือไม่ เพราะส่วนใหญ่แล้ว กระทรวงการคลังมักจะให้เก็บภาษีเข้ากองกลางแล้วกระจายงบประมาณยังส่วนต่าง ๆ หากเป็นเช่นนี้ประชาชนคงไม่อุ่นใจเพราะต้องการให้งบประมาณนำไปสู่การพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศอย่างแท้จริง
ผู้สื่อข่าวถามว่าการเก็บภาษีสุขภาพตรงนี้จะคล้ายกับการซื้อบัตรสุขภาพครัวเรือน ในช่วงก่อนเกิดโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคหรือไม่ นพ.ถาวร กล่าวว่า ตรงนี้ยังไม่มีงานวิจัยรองรับแต่ส่วนตัวเห็นว่าจะออกมาคล้ายกับสมัยนั้นแต่ตอนนั้นไม่ได้บังคับใครไม่อยากซื้อก็ได้ ถ้าตอนนี้จะทำจริงและให้คิดว่านี่คือ ภาษีท้องถิ่นชนิดหนึ่งที่ทุกคนต้องจ่าย.

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

thavorn

วิเคราะห์ข่าว

ทวนสิ่งที่อาจารย์พูด…
1. คุณภาพการให้บริการตอนนี้ไม่ดี ต้องปรับปรุง : จริง
2. เงินไม่พอ รายได้จากภาษีตึงตัวมาก : จริง
3. ให้ประชาชนร่วมจ่ายจะแก้ปัญหาได้ดีที่สุด อย่างน้อย 100 บาท : จริง 
4. ถ้าจ่าย 100 บาท จะมี 1 แสนครอบครัวต้องจนลง : ไม่แน่ใจ 
5. ดังนั้น ควรตั้งค่าใช้จ่ายสัก 30 บาท หรือ มากกว่าเล็กน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนมาใช้บริการพร่ำเพรื่อ (อันนี้เสนอคณะกรรมการร่วมสามกองทุนไปแล้ว) : ไม่แน่ใจ 
6. แต่ยังมีแนวทางอื่นอีก ที่กำลังศึกษาอยู่ เช่น ภาษีสุขภาพ หรือ ภาษีท้องถิ่น คล้ายๆ กับการซื้อบัตรสุขภาพครัวเรือนก่อนยุค 30 บาท แต่ไม่อยากให้เงินกลับเข้าสู่กระทรวงการคลัง เพราะอยากให้มาลงกับระบบสุขภาพอย่างแท้จริง  : ไม่แน่ใจ แต่เป็นไปได้ 

คิดว่า :
ข้อ 1&2 คือ ปัญหา
ข้อ 3&4 คือ เงื่อนไข
ข้อ 5&6 คือ ข้อเสนอ
ข้อเสนอในข้อ 5 ดูจะรวบรัดไป และไม่แน่ใจว่าจะช่วยแก้ไขปัญหาได้จริงหรือไม่
ส่วนข้อ 6 ฟังดูเข้าท่า เพราะเคยได้ยินคนพูดถึงหลักการนี้มานาน และจากหลายฝ่าย
คิดว่า น่าจะนำเสนอข้อเสนอหลายๆ ข้อ เพื่อให้คนตัดสินใจได้เห็นประโยชน์ได้สูงสุด

เภสัชกรกลางตลาด